มีคำๆ หนึ่งที่เกี่ยวกับชีวิตของพวกเราโดยตรง นั่นคือ change หรือ
การเปลี่ยนแปลง นี่คือสิ่งที่เราประสบอยู่ตลอดเวลา
ตอนเช้า เราสัมผัสแสงแดดที่อบอุ่น ความสว่างแห่งวันเริ่มขึ้น
ตอนกลางวัน ความอบอุ่นอาจเปลี่ยนเป็นความร้อนรุนแรง
ตอนเย็น แสงสว่างธรรมชาติหมดสิ้นไป ความมืดเข้ามาแทนที่
…
ตอนเช้า เรารู้สึกจิตใจปลอดโปร่ง
ตอนกลางวัน เราเหนื่อยล้า เหมือนขาดพลัง
ตอนเย็น จิตใจหนักอึ้ง มืดมน
…
ฤดูร้อน ดอกไม้บาน
ฤดูหนาว ดอกไม้โรย
…
ยามเช้า ตลาดจอแจ
ยามสาย ตลาดวาย
ยามเย็น ตลาดร้าง รอคอยผู้คนและธุรกิจกลับมาใหม่ในวันรุ่งขึ้น
…
ชีวิตของเราเป็นเช่นนี้อยู่ทุกวัน...แต่หลายคนก็อาจจะไม่ได้สังเกต ไม่ได้หยุดใคร่ครวญ ไม่รู้ว่ากำลังถูกเตือน ว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จริงๆ แล้วคือสัญญาณว่าทุกอย่างล้วนไม่เที่ยงแท้
นอกจากนี้ ก็มีการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับผู้อื่นและกับตัวเรา มาดูที่ตัวเรา ถ้าเราสังเกตรูปถ่ายของเราเมื่อสิบปีก่อนกับปีนี้ย่อมมีความแตกต่างอย่างเด่นชัด และตั้งแต่เล็กมาจนเติบใหญ่จนกระทั่งเข้าสู่วัยทำงาน วัยเกษียณอายุ หรือวัยชรา เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ปรากฏในร่างกายของเรา บางอย่างเปลี่ยนชัดเจน บางอย่างเปลี่ยนแบบแอบแฝง เช่น อาจจะมีไฝ กระ หูดที่เกิดขึ้นที่ใบหน้าหรือส่วนอื่นๆ ของร่างกาย แต่เราไม่เคยสังเกตเห็น ผมสีดำที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเทาและสีขาว กำลังวังชาที่ถดถอย ขาเข่าที่ปกติไม่เคยเจ็บ อยู่ๆ ก็เจ็บขึ้นมา
นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่เป็นธรรมชาติที่ส่งสัญญาณว่าชีวิตกับการเปลี่ยนแปลงคือของคู่กัน เมื่อร่างกายประกอบไปด้วยธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ ร่างกายนั้นก็พร้อมจะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงเพราะเมื่อธาตุเกิดขึ้นและประชุมกัน ธาตุจะมีพลังอย่างเต็มที่ แล้วก็หมดพลังลง
เมื่อธาตุขาดพลัง ชีวิตของเราที่พึ่งต่อพลังของธาตุ จึงขาดกำลังที่จะดำรงอยู่อีกต่อไป
การเปลี่ยนแปลงยังเกิดกับเราเมื่อเผชิญหน้ากับการสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นบุคคลผู้เป็นที่รัก สัตว์เลี้ยง เพื่อน การงาน
หลายคนไม่สามารถรับมือได้กับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้
การทำความเข้าใจเรื่องบาร์โดและมรณานุสสติแบบทิเบตจะช่วยให้เรารับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้นและโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการเปลี่ยนแปลงนั้นมีชื่อว่า ความตาย และนี่คือการเปลี่ยนแปลงที่นำเราไปจากสภาวะที่มีชีวิตอยู่ ไปสู่สภาวะแห่งการไร้ชีวิต จากการดำรงอยู่คู่กันของกายและจิต ไปสู่การเดินทางอย่างโดดเดี่ยวของจิตไร้กาย
- อ.กฤษดาวรรณ (เกซัง ตาวา) -