ญัมฉัก – การดำรงอยู่ในสภาวะโดยเนื้อแท้ของจิต
Nyamzhag – resting in our natural mind
ญัมฉัก เป็นการดำรงอยู่ในท่านั่งสมาธิแบบห้าลักษณะ เพื่อเกื้อกูลการปรากฏขึ้นของปัญญาห้า โดยรูปศัพท์ของ ญัมฉัก แปลว่า ดำรงอยู่อย่างเท่าเทียม ถือเป็นท่านั่งที่พื้นฐานที่สุดของซกเช็น หากเราฝึกในระดับสูงขึ้นไป เช่น ในการฝึกลมปราณ (ซาลุง) หรือฝึกเกี่ยวกับแสง (เทอกัล) จะมีท่านั่งสมาธิแบบอื่น เช่น ชันเข่า นั่งยอง แต่ละอย่างมีเหตุผลและอานิสงส์ทั้งสิ้นว่าเพื่อฝึกอะไรและจะได้ประโยชน์อะไร แต่ท่านั่งพื้นฐานที่ใช้ตลอดเวลาคือ ญัมฉัก ตั้งแต่เราฝึกใหม่ไปจนส่งดวงจิตในวาระสุดท้าย
ในขณะที่ทำสมาธิญัมฉัก จะมีความคิดเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติตลอดเวลา เราไม่สามารถห้ามหรือหยุดยั้งความคิดไม่ให้เกิดขึ้นได้เพราะความคิดเป็นพลัง (ซัล) โดยธรรมชาติของจิต เมื่อจิตมีคุณสมบัติชัดใส จึงมีความคิดปรากฏไม่รู้จบ ในแต่ละขณะ ความคิดไม่อยู่นาน นอกเสียจากเราจะเชื้อเชิญให้ความคิดอยู่ ความคิดมาแล้วก็จากไป ไม่ได้จากไปที่ใด แต่กลับสู่ความว่างของจิต เหมือนเมฆที่ลอยเข้ามาในฟ้าก้อนแล้วก้อนเล่า แล้วก็ลอยจากไปหรือสลายไปในความไพศาลของฟ้า
ญัมฉัก เป็นการกลับสู่สภาวะอันผ่องแผ้วซึ่งไม่มีตัวตนของผู้ทำสมาธิ ไม่มีส่ิงที่มากระทบอายตนะที่ผู้ทำสมาธิจะยึดเอาไว้ หรือเอาเข้ามาเป็นของตน ไม่มีเรื่องราวจากความทรงจำใดๆ ไม่มีการยึดติดในสิ่งใด และไม่มีการผลักไสสิ่งใด แม้เป็นความนิ่งดุจดังไม่มีอะไรอยู่ แต่ในความนิ่งนั้นมีการรู้อย่างชัดเจน ทั้งรู้ตัวและรับรู้ที่เฉียบคม และในขณะเดียวกันก็ผ่อนคลายเพราะจิตไม่มีอะไรห่อหุ้ม ไม่มีอะไรต้องแบกหรือยกไว้ ไม่ต้องทำสิ่งใด ในสภาวะเช่นนี้จึงปราศจากสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในอดีตและสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต มีเพียงเวลาแห่งปัจจุบันที่ผู้ทำสมาธิไม่ถูกรบกวนด้วยข้อเสียทั้งสาม นี่คือสภาวะที่เรามีมาแต่โบราณกาล เป็นความทรงจำแรกเริ่มก่อนที่เราจะมองไม่เห็นและปล่อยให้อวิชชาเข้ามาครอบครองพื้นที่ของจิต
ในขณะทำสมาธิ เรามีสติรู้ตัว มีความชัดเจนและชัดแจ้ง ดำรงอยู่กับความสงบนิ่งโดยไม่ปรุงแต่ง เสแสร้ง และตามความคิด เมื่อความคิดเกิดขึ้น ให้ปล่อยความคิดไป หากเผลอตามความคิดไปและปรุงแต่งเรื่องราวเพิ่มเติม ให้นำจิตกลับมาดำรงอยู่ในสภาวะผ่องแผ้วที่ไม่มีการคิดหรือพูดคุยกับตัวเองในสภาวะเช่นนี้ จิตไม่เคลื่อน ไม่เปลี่ยน ไม่หันเหออกไป ทันทีที่จิตเปลี่ยน (คือ ตามความคิด/ สนใจความคิด) เราได้ออกจากสภาวะเดิมแท้ของจิตและตามการลวงไป
จะเห็นว่า ในการทำสมาธิเช่นนี้ไม่มีที่อยู่สำหรับจิตที่ถูกลวง มีเพียงการดำรงอยู่กับริกปะซึ่งเป็นสภาวะแห่งจิตเดิมแท้
คำอธิบายเพิ่มเติม
ญัมฉัก คำว่า ญัม แปลว่า เท่าเทียม ฉัก แปลว่า ดำรงอยู่ บางทีแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า contemplation หรือ contemplative meditation แต่ขอให้รู้ว่าไม่ได้หมายถึงการใคร่ครวญ ตรงกันข้ามในการทำสมาธิญัมฉัก เราไม่ตามความคิด ไม่ใคร่ครวญหรือทำการกระทำใดๆ ที่เกี่ยวกับจิต ดำรงอยู่ในสภาวะโดยเนื้อแท้ที่ว่าง กระจ่าง ผ่องแผ้ว

Kuntu Zangpo – The Primordial Buddha in Nyamzhag meditation.
ท่านั่งห้าลักษณะ ได้แก่
(1) ขาขัดสมาธิ ก่อให้เกิดการตระหนักรู้ปัญญาแห่งศูนยตา
(2) มือประสานที่หน้าตักโดยนิ้วโป้งแตะโคนนิ้วนาง ก่อให้เกิดการตระหนักรู้ปัญญาแห่งการแยกแยะ
(3) กระดูกสันหลังตั้งตรง ก่อให้เกิดการตระหนักรู้ปัญญาซึ่งชัดใสและว่างดังกระจก
(4) ไหล่ขยาย คอโค้มต่ำเล็กน้อย ก่อให้เกิดการตระหนักรู้ปัญญาแห่งความเท่าเทียม และ
(5) ตาหลุบต่ำ ริมฝีปากไม่เม้ม ก่อให้เกิดการตระหนักรู้ปัญญาแห่งการบรรลุผล
ข้อเสียทั้งสามของสมาธิ ได้แก่
(1) การง่วงนอน แก้ได้ด้วยการพุ่งความสนใจไปที่สมาธิให้มากขึ้น ความง่วงเกิดจากการขาดพลังในการปฏิบัติ และหลีกเลี่ยงการกินอาหารหนัก
(2) การตามความคิด/จิตวอกแวก แก้ได้ด้วยการเตือนตัวเองว่ากำลังตามความคิด หากไม่ได้ผล ผู้ปฏิบัติควรลุกขึ้น เคลื่อนไหวร่างกาย แล้วกลับมาปฏิบัติใหม่ หากเป็นมาก ควรฝึกสมาธิอาทรีเพื่อให้ได้รับ ประสบการณ์จากสมาธิแบบสมถะ และ
(3) การที่จิตหนัก ไม่ชัดใส แก้ได้ด้วยการทำสมาธิเป็นช่วงสั้นๆ ให้สังเกตตัวเองว่า หลังสมาธิมีความสดชื่น เบิกบานหรือไม่ ถ้าไม่ อาจเป็นเพราะข้อเสียข้อนี้ ควรปรับปรุงด้วยการบำเพ็ญบุญบารมีเพิ่มเติม เช่น กราบ เจริญโพธิจิต สวดบทคุรุโยคะ ฯลฯ
กฤษดาวรรณ เมธาวิกุล