ขอเชิญร่วมทอดผ้าป่าสามัคคี (17 ธ.ค. 2560)

ผู้ใดได้เห็น ได้ยิน ระลึกถึง หรือสัมผัสพระสถูป เขาเหล่านั้นย่อมได้รับความปีติยินดีจาก
พระพุทธเจ้าทั้งหลาย พระองค์จะประทานพรแก่ผู้นั้นอย่างเต็มเปี่ยม

พุทธพจน์

อานิสงส์ของการสร้างพระสถูป

การสร้างพระสถูปซึ่งเป็นเครื่องรองรับพระหทัยของพระพุทธเจ้าเป็นกรรมดีที่เราได้ทำร่วมกัน (common good karma) ในยุคที่สังคมมีความแตกแยก มีความรุนแรง และเกิดภัยพิบัติในหลายที่ของโลก

พระสถูปกับสันติภาพของโลก

ในพระพุทธศาสนากล่าวว่า การสร้างพระสถูปเป็นการปกป้องโลกและเยียวยาจักรวาลที่เสียสมดุลไปให้กลับคืนมา เป็นพลังบวกที่จะรังสรรค์ให้เกิดสันติภาพในโลกและสันติสุขในหมู่มนุษย์และสัตว์โลกทั้งหลาย

การก่อสร้างพระศานติตารามหาสถูปจึงเป็นการงานทางธรรมอันบริสุทธิ์ที่เน้นประโยชน์ของส่วนรวมและสำหรับผู้ร่วมสร้างทุกคน การงานนี้ยังเป็นการบำเพ็ญบารมีหกของพระโพธิสัตว์

พระสถูปกับการบำเพ็ญบารมี

เนื่องจากในการก่อสร้าง เราได้ฝึกการละความตระหนี่ด้วยการบริจาคปัจจัยเพื่อนำมาซื้อวัสดุก่อสร้างและเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ (ทานบารมี)

ได้รักษาข้อศีลซึ่งปกป้องจากการประกอบอกุศลกรรมและยังได้เพิ่มพูนกุศลกรรม นอกจากนี้ในขณะก่อสร้าง หากผู้ใดได้เจริญโพธิจิตดังเช่นเหล่าพระชินเจ้าและพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย ผู้นั้นก็ยังได้สมาทานศีลของพระโพธิสัตว์อีกด้วย (ศีลบารมี)

อดทนอดกลั้นต่อความยากลำบากนานัปการของการดำเนินโครงการ (ขันติบารมี)

ทำงานด้วยความพากเพียรและปีติยินดี (วิริยะบารมี)

ก่อสร้างพระสถูปด้วยจิตแน่วแน่ ปณิธานมั่นคง โดยไม่หันเหออกจากหนทาง ดุจดังผู้ภาวนาด้วยจิตจดจ่ออยู่กับสมาธิ (สมาธิบารมี)

สุดท้าย ได้บ่มเพาะปัญญาแห่งการไร้อัตตาตัวตน ซึ่งจะนำไปสู่การตระหนักรู้สภาวธรรม เพราะการสร้างพระสถูปแม้จะเป็นการสร้างรูปปรากฏแห่งศรัทธาที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง แต่รูปปรากฏนั้นเป็นอุบายแห่งธรรมซึ่งนำเราไปสู่การเข้าถึงศูนยตา(สุญญตา) สภาวธรรมโดยสมบูรณ์

พระสถูปกับการเข้าถึงสภาวธรรม

วันใดที่เราเข้าถึงสภาวธรรมนี้ วันนั้น บารมีทั้งหกข้อที่เราบำเพ็ญขณะก่อสร้างพระสถูปก็จะกลายเป็น
“ปรัชญาปารมิตาบารมี” ซึ่งเป็นบุญกุศลที่นำเราไปสู่อีกฟากฝั่งหนึ่ง ไม่ว่าเราจะเรียกฟากฝั่งนั้นว่า พระโพธิญาณ หรือ พระนิพพาน

จุดกำเนิดของพระสถูปในเมืองไทย

(จากใจผู้ริเริ่มโครงการพระศานติตารามหาสถูป – รศ. ดร. กฤษดาวรรณ เมธาวิกุล)

10 ปีแล้วที่ครูไปกราบในทิเบตเป็นครั้งแรก และในการเดินทางครั้งนั้นครูมีพระสถูปในใจ ก่อนการไปกราบ ครูตัดสินใจที่จะสร้าง “พระศานติตารามหาสถูป” บนแผ่นดินบ้านเกิด ความปรารถนาที่จะสร้างพระสถูปซึ่งเป็นสิ่งแทนพระหทัยของพระพุทธเจ้า เป็นสัญลักษณ์แทนโพธิจิตและจิตเดิมแท้ ทำให้ครูอยากบำเพ็ญบุญกุศลครั้งใหญ่ด้วยการกราบอัษฎางคประดิษฐ์ไปบนถนนในทิเบต เพื่อจะได้เริ่มงานใหญ่อย่างบริสุทธิ์ที่สุด

เมื่อกลับมา ครูได้เชิญอ.เยินเต็นมาอยู่ที่เมืองไทย เพื่อมาร่วมสร้างพระสถูปด้วยกัน โดยเราได้ตั้งสัจจะ
ต่อหน้าพระอาจารย์ลาเซ ริมโปเช (พระปฐมอาจารย์ผู้สอนให้รู้จักความหมายที่แท้ของจิตและการทำงานเพื่อผู้อื่น) ที่จะอุทิศกาย วาจา ใจเพื่อพระสถูป

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโลเคยถามครูว่าทำไมจึงสร้างพระสถูป ครูตอบว่าเพื่อบำเพ็ญบารมีพระโพธิสัตว์ ท่านยิ้มให้ และหลังจากนั้นท่านก็เป็นกำลังใจให้แก่พวกเราเสมอมา แล้วครู อ.เยินเต็น ศิษย์จากคอร์สภาวนา กรรมการมูลนิธิ รวมทั้งจิตอาสาพันดาราก็ทำงานด้วยกันมากมาย ทั้งงานที่เกี่ยวกับการก่อสร้างพระสถูปโดยตรง การจัดเสวนา คอร์สภาวนา ไปจนถึงการช่วยเหลือเด็กยากไร้และผู้ประสบภัยพิบัติ พระสถูปจากใจครูได้ปรากฏในใจของพวกเขาและนำเราไปสู่ชีวิตของผู้คน และวันหนึ่งพระสถูปภายนอก (outer stupa) จะนำเราไปสู่การปรากฏของสถูปภายใน (inner stupa) ซึ่งจะตั้งมั่นอยู่กลางใจเรา

แปลงศรัทธาให้เป็นฐานพระสถูป

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 เสียงก่อสร้างพระสถูปก็ดังขึ้นที่ศูนย์ขทิรวัน จากเสาเข็ม 505 ต้นสู่ฐานตอม่อ 86 ฐานและคานคอดินขนาดใหญ่ซึ่งทำให้งานฐานรากแข็งแรงมั่นคงเพื่อรองรับหอสมาธิ วิหาร ห้องภาวนาและองค์พระจำนวนมากมายที่จะประดิษฐานที่พระสถูปแห่งนี้

ในปี 2559 การก่อสร้างได้ดำเนินไปอย่างรวดเร็วทำให้เราสามารถสร้างเสาใจกลางพระสถูป 9 ต้นและเทพื้นซีเมนต์ทั้งบริเวณ และในต้นปีนี้ เราก็ได้ก่อผนังด้านหน้าของอาคารชั้น 1 และขึ้นเสาค้ำชั้นลอยรวม 74 ต้น ซึ่งได้ก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนตุลาคมที่ผ่านมานี้เอง

ด้วยการทอดผ้าป่าสามัคคีอย่างสม่ำเสมอทุกปีตั้งแต่ปี 2555 เฟสงานต่างๆ ของพระสถูปจึงดำเนินไปได้ เพื่อให้พระสถูปได้ก่อสร้างสำเร็จอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งโดยเฉพาะต่อแผ่นดินไทย ครูจึงขอเชิญชวนกัลยาณมิตรทุกท่านร่วมทอดผ้าป่าในเฟสพื้นชั้นลอย ซึ่งจะรองรับพระวิหารและหอภาวนาสี่ทิศ

การทอดผ้าป่าจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคมนี้ ที่ศูนย์ขทิรวัน โดยครูกับอ.เยินเต็นได้กราบเรียนเชิญพระอาจารย์ซูเช็น ริมโปเช ธรรมาจารย์ซกเช็นที่สำคัญที่สุดท่านหนึ่งในทิเบตและพระปฐมอาจารย์ของครูทั้งสองจากวัดตกเต็น ทิเบตมาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์

วิธีการบริจาคร่วมบุญผ้าป่า
สามารถร่วมบุญได้กองละ 2,000 บาทหรือบริจาคตามจิตศรัทธา

ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบุญได้ทางบัญชีธนาคาร (ออมทรัพย์) มูลนิธิพันดารา ดังนี้

ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสยามสแควร์ เลขที่ 038-4-31667-8
ธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ เลขที่ 391-2-66998-9
ธนาคารกรุงเทพ สาขาย่อยเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ เลขที่ 924-0-05512-0
ธนาคารกรุงไทย สาขาสยามสแควร์ เลขที่ 052-0-02254-8

หลังโอนปัจจัยแล้ว กรุณาส่งสลิปให้มูลนิธิทราบที่ 1000tara@gmail.com หรือโทรสาร 02-511-4112

หากท่านประสงค์จะรับใบอนุโมทนาบัตร กรุณาแจ้งให้มูลนิธิทราบด้วย

กำหนดการทอดผ้าป่าสามัคคี

วันอาทิตย์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ณ ศูนย์ขทิรวัน หัวหิน

09.45 น.  คณะจิตอาสาพร้อมกันที่ศูนย์ขทิรวัน จ.ประจวบคีรีขันธ์
10.00 น.  ร่วมถวายซัง (ถวายธัญพืช กำยานหอม แด่พระธรรมบาล) ที่เขตก่อสร้างพระศานติตารามหาสถูป
10.59 น.  พิธีทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อสร้างพื้นชั้นลอยเพื่อรองรับพระวิหารและหอภาวนาสี่ทิศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพระศานติตารามหาสถูป ณ ศาลาเตวาวัฒนา
– ดร.กฤษดาวรรณ เมธาวิกุล ประธานมูลนิธิพันดารา และประธานโครงการก่อสร้างพระศานติตารามหาสถูป หอสมาธิเพื่อการปฏิบัติธรรม กล่าวรายงาน
– พระอาจารย์ซูเช็น เท็กชก เต็มเบ ญีมา ริมโปเช ประธานฝ่ายสงฆ์ แสดงธรรมและเป็นผู้แทนรับมอบการถวายกองผ้าป่า สวดมนต์อวยชัยและให้พร
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน
13.30-15.00 น. พิธีมนตราภิเษกพระคุรุริมโปเช และรับพรเพื่อสิริมงคลในปี พ.ศ. 2561
15:00 น. เสร็จสิ้นกิจกรรม

ขอผลบุญในการทอดผ้าป่าครั้งนี้อำนวยความสุขแด่ทุกท่าน
ขอมหาสันติซึ่งเป็นอานิสงส์ของพระสถูปปรากฏกลางใจเราและในโลกด้วยเทอญ

 

 

 

 

ภาวนาทงเลน (ณ สวนพันดาว เชียงใหม่) 10-12 พ.ย. 2560

คอร์สภาวนา “ทงเลน เพื่อการละอัตตา” Tonglen Meditation

วันศุกร์ 10 พฤศจิกายน – วันอาทิตย์ 12 พฤศจิกายน 2560 (3 วัน 2 คืน)

ณ สวนพันดาว เชียงใหม่

จัดโดย มูลนิธิพันดาราและสวนพันดาว

“ทงเลนเป็นจุดเริ่มต้นให้โพธิจิตก่อกำเนิด
ซึ่งจะทำให้ผู้สนใจปฏิบัติพร้อมที่จะขัดเกลาตัวเองและเห็นคุณค่าของการทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น”

ความรัก ความเมตตาและกรุณา เป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่อยู่ในมนุษย์ทุกคน เพียงแต่ว่าจะถูกเปิดเผยออกมาในรูปแบบ เวลา และสถานที่ใด ก็สุดแล้วแต่เหตุปัจจัยของแต่ละบุคคล บ่อยครั้งความรักความเมตตารวมถึงความสนใจที่มีให้ตนเองมากจนเกินไป สามารถไปบดบังศักยภาพในการมองเห็น สนใจและรับรู้ถึงความสุขความทุกข์ของผู้คนที่อยู่รอบตัวทั้งคนที่เรารู้จักและไม่รู้จัก ทำให้เราเหมือนถูกตัดขาดจากการเชี่อมโยงถึงผู้คนอื่นๆ อย่างแท้จริง และนั่นก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้คนมากมายรู้สึกโดดเดี่ยว เปลี่ยวเหงา หดหู่ ซึมเศร้าเหมือนอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้โดยเฉพาะเวลาที่ต้องเผชิญกับความทุกข์ที่ถาโถมเข้ามา

ความสุขที่ยั่งยืนกว่าและความทุกข์ที่ลดน้อยลงสามารถเกิดขึ้นได้จากการปรับทัศนคติและมุมมองที่มีต่อตนเองและสิ่งรอบตัว และค้นหาโพธิจิตด้านในของตัวเรา เราสามารถแบกรับความยากลำบากและสิ่งท้าทายได้ เมื่อเราเข้าใจจิตวิญญาณแห่งการภาวนาที่เน้นเรื่องของความเมตตาและความกรุณาที่ดำรงอยู่ในตัวเราอยู่แล้ว แม้จะเป็นการภาวนาที่ดูเป็นอุดมคติอย่างสมาธิทงเลน ที่เราได้เปลี่ยนรูปแบบของการหายใจหลัก จากการหายใจเพื่อตนเอง เป็นหายใจเพื่อผู้อื่น จากความปรารถนาที่จะดับทุกข์ของตนเองเพียงอย่างเดียว เป็นดับทุกข์ของผู้อื่นด้วย เมื่อเราไม่เอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางและเปิดมุมมองใหม่โดยน้อมรับเอาคุณภาพชีวิตของคนอื่นๆ มาอยู่ในสมการของการมองโลกด้วย เราจะเริ่มเห็นเพื่อนมนุษย์มากมายและตระหนักในความเชื่อมโยงเหล่านั้น ชีวิตกลับเรียบง่ายมากขึ้น ความโดดเดี่ยวเศร้าหมองจะลดน้อยลง สมาธิกลับมีพลัง และเราสามารถค้นพบเคล็ดลับสำคัญที่จะช่วยให้ชีวิตมีความสุขอยู่ได้แม้ร่างกายจะทุกข์ ซึ่งนั่นก็คือ โพธิจิตของตัวเราเอง

ลองจินตนาการดูว่า โลกนี้จะเปลี่ยนไปอย่างไร ตัวเราจะเปลี่ยนไปอย่างไร เมื่อลมหายใจแรกในเช้าวันใหม่ของเราเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับการตั้งจิตที่จะรับรู้และแบ่งเบาความทุกข์ของผู้อื่น และลมหายใจสุดท้ายก่อนเราจะหลับไปก็เป็นการตั้งจิตแบบเดียวกัน ลมหายใจที่สามารถแปรเปลี่ยนพลังงานลบที่เข้ามากระทบจิตใจเราอยู่เสมอให้กลับกลายเป็นพลังงานบวกที่เราสามารถแผ่ออกไปให้กับผู้คนต่างๆ ได้  แม้นกระทั่ง “ในวาระสุดท้ายของชีวิต” ไม่ว่าสภาวะทางกายของเราจะเป็นเช่นไร สภาวะใจจะขออยู่กับลมหายใจที่อ่อนโยน เกื้อกูล และดำรงอยู่ในความผ่องแผ้วตั้งแต่แรกเริ่ม

“เป็นการภาวนาในวิถีแห่งพระโพธิสัตว์ สร้างความสามารถให้เรากล้าที่จะเข้าไปร่วมทุกข์ร่วมสุขกับผู้อื่นได้อย่างแท้จริง ทงเลนใช้ลมหายใจเป็นเครื่องมือรับความทุกข์ผู้อื่นผ่านลมหายใจเข้า แล้วแปรเปลี่ยนเป็นความรัก เมตตาและปรารถนาดีส่งกลับให้ผู้อื่น การฝึกฝนนี้ทำให้เราก้าวข้ามความกลัวความทุกข์ มั่นใจในศักยภาพของความกรุณาที่สามารถเยียวยาความทุกข์นั้นได้”

“ความกรุณาที่เกิดขึ้นมากลางใจแบบไม่มีเงื่อนไข ปราศจากความกลัว ไม่แบ่งแยก มันรู้สึกสงบ เมื่อเราเข้าใจความหมายจากการตระหนักรู้ไม่ใช่เข้าใจแบบที่อ่านหนังสือแล้วเข้าใจ เราจะมีความสุขที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติที่มีทั้งสุขและทุกข์ ใจเราจะบริสุทธิ์”

“จากที่เคยมุ่งภาวนาหรือทำสมาธิเพื่อให้ตัวเองสงบหรือมีสติ มีแต่ตัวเอง ทงเลนเปลี่ยนมุมมองนี้ไปเป็นการภาวนาเพื่อผู้อื่น การยอมน้อมรับสิ่งไม่ดีหรือความทุกข์ทั้งหลายจากคนอื่น คนอื่นนี่คือไม่ใช่เฉพาะคนที่เรารัก แต่รวมถึงศัตรูด้วย ใช้ตัวเราเปลี่ยนพลังลบเป็นพลังบวก แถมยังส่งความสุขและไมตรีกลับไปให้เขาได้ ทำให้เราเห็นศักยภาพของความกรุณา และจิตที่ไม่คิดถึงแต่ตัวเองนี้แหละกลับทำให้สงบสุขและเป็นสมาธิขึ้นมาเอง”

อาจารย์ผู้นำภาวนา

  • อาจารย์กฤษดาวรรณ เมธาวิกุล

ผู้เชี่ยวชาญด้านทิเบต อาจารย์สอนธรรมะและการภาวนาในวิถีพุทธวัชรยาน

  • อาจารย์มิว เยินเต็น
    ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรมทิเบต ผู้ได้รับการฝึกฝนจากแนวทางการสอนในวัดทิเบตมาถึง 27 ปี

 อาหาร
อาหารมังสวิรัติ 3 มื้อ พร้อมอาหารว่าง
(เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม กรุณานำขวดน้ำส่วนตัวเพื่อใส่น้ำดื่มที่ทางมูลนิธิจัดให้)

 ที่พัก
สวนพันดาว อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ลักษณะที่พัก มีตั้งแต่ห้องรวม 2 คนขึ้นไป

การแต่งกาย
โปรดแต่งกายสุภาพ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อสถานที่และการปฏิบัติ
(ไม่ใส่เสื้อสายเดี่ยว กางเกงขาสั้น เสื้อหรือกางเกงบางๆ และโปรดนำมาให้พอดีกับจำนวนวันที่พัก)

การเดินทาง
รถส่วนตัว ท่านสามารถเดินทางไปด้วยตนเองตามแผนที่ของสวนพันดาว
สอบถามเพิ่มเติมที่ คุณมนัสศิริ โทร. 089-701-2101 / คุณลลิดา โทร. 086-911-2462

บริจาคร่วมกิจกรรม
เพื่อให้ผู้สนใจจริงได้เข้าร่วมภาวนาและช่วยค่าใช้จ่ายในการให้บริการด้านอาหารและสถานที่
มูลนิธิจึงขอให้ผู้สนใจเข้าคอร์สบริจาคร่วมกิจกรรมท่านละ 2,000 บาท

โดย โอนเงินที่บัญชีออมทรัพย์ “มูลนิธิพันดารา”

  • ธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ เลขที่ 391-2-66998-9
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสยามสแควร์ เลขที่ 038-4-31667-8
  • ธนาคารกรุงเทพ สาขาย่อยเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ เลขที่ 924-0-05512-0
  • ธนาคารกรุงไทย สาขาสยามสแควร์ เลขที่ 052-0-02254-8

อนึ่ง มูลนิธิไม่สามารถคืนเงินบริจาคร่วมกิจกรรมหากท่านประสงค์ขอยกเลิกเข้าร่วมคอร์สได้ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการเตรียม อาหารและสถานที่

การลงทะเบียนร่วมกิจกรรม
ผู้สนใจกรุณาลงทะเบียนที่ 1000tara@gmail.com โทร. 083-300-8119
ติดตามข้อมูลทางเฟซบุ๊กที่ www.facebook.com/1000tara

กำหนดการ

วันศุกร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2560

15.00 – 17.00 น. เริ่มลงทะเบียน ณ สวนพันดาว เก็บสัมภาระ

17.30 น. พื้นฐานการภาวนาทงเลน

18.30 น. รับประทานอาหารเย็น

19.30 น. บทสวดทงเลน นำพาจิตกลับสู่สภาวะแห่งความกรุณาและผ่องแผ้วเดิมแท้

20.30 น. พักผ่อน

วันเสาร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2560

06.00 น. ทำสมาธิ กราบอัษฎางคประดิษฐ์ และทำวัตรเช้า

08.00 น. รับประทานอาหารเช้า

09.30 น. ทงเลนกับโพธิจิต

11.00 น. ภาวนา ซักถาม

12.15 น. รับประทานอาหารกลางวัน

14.00 น. ทงเลนกับการเยียวยาและทงเลนช่วยให้เราเผชิญวิกฤตในชีวิตได้อย่างไร

16.30 น. สมาธิภาวนา

18.00 น. รับประทานอาหารเย็น

19.30 น. ทำวัตรเย็น ถวายดวงประทีป อุทิศให้ผู้ล่วงลับ นิทานก่อนนอน

20.30 น. พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันอาทิตย์ที่ 12 พฤศจิกายน 2560

06.00 น. ทำสมาธิ กราบอัษฎางคประดิษฐ์ และทำวัตรเช้า

08.00 น. รับประทานอาหารเช้า

09.30 น. ทงเลนกับการละอัตตา

11.00 น. จะนำทงเลนไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร

12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน และเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

 

****************************

 

 

 

 

 

 

 

 

วีดีโอ เตรียมตัวตายอย่างมีสติ ตอนที่1-5

Tibetan Medicine/ การแพทย์ทิเบตกับการมีสุขภาพดี (25-28 พ.ย. 2560)

(For English please see below)

กิจกรรม “การแพทย์ทิเบตกับการมีสุขภาพดี”

ขอเชิญผู้สนใจปรึกษาสุขภาพกับคุณหมอชาวทิเบต
นพ. เซดอร์ ญารงชา จาก สถาบันการแพทย์ญารงชา นครลาซา

วันเสาร์ที่ 25– วันอังคารที่ 28 พฤศจิกายน 2560 เวลา 09.00-19.00 น.
บ้านมูลนิธิพันดารา ลาดพร้าวซอย 11
แปลจากภาษาจีน/ทิเบต เป็นภาษาไทย/อังกฤษ

การปรึกษาใช้เวลาท่านละ 15-30 นาที

การแพทย์ทิเบตใช้วิธีธรรมชาติปรับสมดุลย์ของธาตุในร่างกาย
ด้วยการซักถามอาการ ตรวจชีพจร ตรวจดูลักษณะของปัสสาวะ
หากจำเป็นต้องใช้ยา จะเป็นสมุนไพรจากภูเขาสูงใน ทิเบต

ผู้สนใจจะต้องนำปัสสาวะแรกของวันหลังตื่นนอนมาด้วย
กรุณางดยาหรือวิตามินใดๆ หลังอาหารเย็นก่อนวันตรวจสุขภาพ
สำหรับผู้ประสงค์จะให้คุณหมอตรวจเพื่อเช็คธาตุและเพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับอาหารที่ควรรับประทานและอาหารแสลง สามารถทำได้เช่นกันค่ะ

**ค่าปรึกษา 400 บาท ไม่รวมค่ายา

อน่ึง รายได้ทั้งหมดจากกิจกรรมน้ี ทางมูลนิธิไม่ได้หักค่าใช้จ่าย
แต่มอบให้คุณหมอทั้งหมดเพื่อให้เป็นค่าเดินทางของคุณหมอ
ร่วมส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับการแพทยท์ทิเบต อันเป็นภูมิปัญญาเก่าแก่นับพันปี
และเพื่อให้คนไทยได้มีทางเลือกในการบำบัดรักษา

โรคที่คุณหมอรับปรึกษาได้เช่น ภูมิแพ้ ไขข้อ ไมเกรน มะเร็ง (ระยะแรกๆ) โรคเก่ียวกับปอด ตับ หัวใจ ไขมันสูง เก่ียวกับลำไส้ กระเพาะอาหาร

ติดต่อขอรายละเอียดและจองเวลาได้ที่ 1000tara@gmail.com

Dr. Tsedor Nyerongsha, traditional Tibetan medicine physician, will be available for consultation.  Tibetan medical system focuses on keeping our elements in balance, and recognizes the dietary and lifestyle as factors that cause illnesses.  The treatments are non-invasive, and if needed the medicines which are sourced from rare herbs grown on the Tibetan Plateau will be prescribed.  If you are interested in the consultation please make the appointment and bring a sample of urine for diagnosis (must be first early morning urine).  Donation for the consultation is 400 baht, which will be contributed towards his works on Tibetanmedicine.

Location: The Thousand Stars Foundation, Ladprao Soi 11

Date: 28-31 October 2017, 9.00-19.00

For appointment: Tel. 083-3008119  Email: 1000tara@gmail.com