คอร์สภาวนาเงินโดร (9-15 ต.ค. 2560)

คอร์สภาวนาเงินโดร (คอร์ส 1)

การปฏิบัติที่เป็นเหมือนการสร้างเสาเข็มให้แก่ชีวิต

วันที่ 9 – 15 ตุลาคม 2560 (7 วัน 6 คืน)

ณ ศูนย์ขทิรวัน มูลนิธิพันดารา หัวหิน

เกี่ยวกับเงินโดร

เงินโดรเป็นพื้นฐานสำคัญของการปฏิบัติบนวิถีตันตระและซกเช็นในพุทธมหายานแบบทิเบต เป็นการฝึกด้วย

  • การกราบอัษฎางคประดิษฐ์
  • สวดยึดพระรัตนตรัย
  • เจริญโพธิจิต
  • สลายบาปกรรม
  • ถวายมันดาลา
  • สวดมนตราแห่งตรีกายของพระพุทธเจ้า
  • สวดมนต์ประสานจิตเป็นหนึ่งเดียวกับพระอาจารย์ (คุรุโยคะ)

ปกติทำเป็นจำนวนอย่างละหนึ่งแสนครั้งและทำต่อเนื่องตลอดชีวิต เพื่อให้ผู้ปฏิบัติธรรมได้สลายบาปกรรม สั่งสมบุญบารมี และได้รับพรจากสายการปฏิบัติอยู่ตลอดเวลา

มีคำกล่าวในพุทธทิเบตว่า “หากปราศจากการสลายบาปกรรมและสั่งสมบุญบารมี ปัญญาจากสมาธิย่อมเกิดได้ยาก เมื่อไม่เกิดปัญญา ก็ไม่มีการหลุดพ้น”

อานิสงส์ของการทำเงินโดร ทำให้มีความก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรม มีจิตเมตตากรุณา ไม่ถูกกระทบโดยกิเลสและสิ่งยั่วยุ เข้าใจสภาวธรรมและเข้าถึงความสุขอย่างยั่งยืน เงินโดรทำให้เราเป็น “ภาชนะ”      ที่เหมาะสมสำหรับการทำสมาธิและการฝึกปฏิบัติขั้นสูง เช่น การทำโพวาเพื่อตนเองและผู้อื่น การฝึกโยคะภายใน (การคุมเส้น ลมปราณ) การฝึกเจอด (ละอัตตา) การทำสมาธิอาทรี (สมถะ) และสมาธิชั้นสูงอื่นๆ ในสายซกเช็น

การปฏิบัตินี้ เหมาะสำหรับผู้ต้องการอุทิศตนเพื่อการปฏิบัติธรรมแม้ว่าจะยังคงทำงานอยู่ในสังคม    ผู้ปรารถนาจะดำรงชีวิตเพื่อทำประโยชน์ให้ผู้อื่นและฝึกฝนตนเองจนเข้าถึงการหลุดพ้น และผู้ต้องการเตรียมตัวตายด้วยการเตรียมจิตให้มีศรัทธามั่นในพระรัตนตรัย (ศรัทธาแบบไม่มีวันหวนกลับ) และการเตรียมจิตให้สามารถแปรเปลี่ยนสภาวะในบาร์โดให้เป็นสภาวะแห่งการหลุดพ้น

วัตถุประสงค์ของการอบรม

  1. เพื่อส่งเสริมให้ผู้สนใจได้ฝึกปฏิบัติอย่างเป็นระบบและเป็นลำดับชั้นซึ่งจะสร้างความมั่นคงให้แก่การปฏิบัติธรรมและจะทำให้ได้ฝึกฝนในหัวข้ออื่นๆ ในระดับสูงต่อไป
  2. เพื่อถ่ายทอดความรู้ในวิถีพุทธวัชรยานโดยเฉพาะในสายการปฏิบัติซกเช็น

อาจารย์นำภาวนาและควบคุมการปฏิบัติ
อาจารย์กฤษดาวรรณ เมธาวิกุล และอาจารย์มิว เยินเต็น

จำนวนผู้เข้าปฏิบัติ
เนื่องจากห้องพักมีจำนวนจำกัดและเพื่อให้เกิดคุณภาพสูงสุดสำหรับการถ่ายทอดคำสอน
มูลนิธิเปิดรับเพียงรุ่นละ 10 คน

คุณสมบัติของผู้ปฏิบัติ
เคยผ่านคอร์สพื้นฐาน (เตรียมตัวตาย ทงเลน หรือเซ็มทรี)

อาหาร-ที่พัก
บริการอาหารมังสวิรัติวันละ 3 มื้อ อาหารว่างและเครื่องดื่ม

ที่พักเป็นห้องภาวนาเดี่ยวในเรือนทศบารมี

 บริจาคร่วมกิจกรรม
บริจาคตามศรัทธา

การเดินทาง

  • ใช้บริการรถตู้ที่มูลนิธิจะเช่าให้ ค่าบริการ 700 บาท (เดินทางไป-กลับ)
  • ขับรถไปเองตามแผนที่ที่แนบ
  • เดินทางมาทางรถตู้โดยสาร มาลงที่ตัวเมืองหัวหิน แล้วขึ้นรถสองแถวไปหนองพลับ-น้ำตกป่าละอู
  • แจ้งให้คนขับทราบว่าต้องการลงที่ศูนย์ทิเบตบริเวณหมู่บ้านมะค่าสี่ซอง เลย อบต. หนองพลับ ประมาณ 7 กิโลเมตร

การลงทะเบียน

ส่งใบสมัครให้มูลนิธิที่ 1000tara@gmail.com

ขออนุโมทนากับทุกท่านที่มีความตั้งใจฝึกฝนตนเองและฝึกปฏิบัติในคอร์สภาวนานี้

กำหนดการ

แต่ละวัน เราจะมีประเด็นหัวข้อที่เน้น แต่รูปแบบภาวนาจะเป็น 4 ช่วงดังนี้

ช่วงที่ 1

04.00 ตื่นนอน
04.30 ถวายน้ำ ธูป ดวงประทีป (ผู้ปฏิบัติ 2 คน ผลัดกันรับผิดชอบ)
04.45 สมาธิตุกลุงเพื่อขจัดลมเสียในร่างกายและสมาธิเพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่จิตใจ
05.30 กราบอัษฎางคประดิษฐ์และสวดยึดพระรัตนตรัย 150-300 ครั้ง
07.00 พัก รับประทานอาหารว่างยามเช้า
07.30 ทำวัตรเช้า ถวายมันดาลา/เดินภาวนา
08.30 พักรับประทานอาหารเช้า

ช่วงที่ 2

09.30 ศึกษาคู่มือปฏิบัติ ฟังคำสอน ฝึกการตั้งนิมิต
10.30 ทำสมาธิและสวดเจริญโพธิจิต
12.00 พักรับประทานอาหารกลางวัน

ช่วงที่ 3
14.00 ภาวนามนตราสลายบาปกรรมและมนตราตรีกาย
17.00 พักรับประทานอาหารเย็น

ช่วงที่ 4
18.00 อุทิศซูร์ให้ผู้ล่วงลับ
18.30 เสวนาธรรม สมาธิคุรุโยคะ
20.30 เข้านอน

……………………………………………

 

 

คอร์สเตรียมตัวตายอย่างมีสติในวิถีพุทธทิเบต (2-5 พ.ย 60)

คอร์สภาวนา  เตรียมตัวตายอย่างมีสติ…ในวิถีพุทธทิเบต

 วันพฤหัสที่ 2-อาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน 2560 (4 วัน 3 คืน)

ณ ศูนย์ขทิรวัน หัวหิน
มูลนิธิพันดารา

ตั้งแต่เกิดสัญญาณแห่งความตายซึ่งเกี่ยวข้องกับการแตกสลายของธาตุไปจนถึงขณะที่ลมหายใจเฮือกสุดท้ายหมดไปและเกิดการตายอย่างสมบูรณ์ทั้งภายนอกและภายใน มีความจำเป็นมากที่เราจะต้องประคับประคองจิตใจของเราให้ไม่ตระหนกตกใจ ไม่หวาดกลัว ไม่เศร้าเสียใจจากการยึดติด ผูกพัน ไม่น้อยใจหากไม่ได้รับการดูแล ไม่โกรธหรือเคืองแค้นผู้ใด จิตใจภายในนี้ละเอียดอ่อนมาก และในยามที่กายค่อยๆ หมดพละกำลัง จิตที่ไม่ได้รับการฝึกก็จะยิ่งเสื่อมถอย ดิ่งลึกไปในความมืดมน ดุจดังลงไปสู่ก้นบึ้งของทะเลในยามค่ำคืน เวลาสุดท้ายมีผลต่อการเดินทางต่อของจิต เราจึงต้องพยายามอย่างดีที่สุดที่จะให้ผู้ที่กาลังจะล่วงลับจากไปอย่างสงบ และมีสติ ไปพร้อมกับจิตที่มั่นคงในพระรัตนตรัยและในคุรุอาจารย์ของเขา แต่ละสัมผัสที่ให้ในขณะนั้นควรจะละมุนละม่อม เปี่ยมไปด้วยความกรุณา เพราะในขณะนั้นผู้กำลังจะล่วงลับไม่สามารถช่วยตัวเองได้อีกแล้ว มือที่เราไปสัมผัสเขาจึงต้องเต็มไปด้วยความรัก วาจาที่เราคุยกับเขาจึงต้องเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ไม่ว่าดูภายนอกเขาจะรับรู้หรือไม่ แต่ดวงจิตเขายังคงอยู่ ดวงจิตเขาต้องการความรักของเรา ต้องการคำเตือนให้นึกถึงคุรุอาจารย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เขาเคารพบูชา เพื่อให้ดวงจิตของเขาไม่ว้าเหว่ มีกำลังใจ และพร้อมที่จะไปเผชิญกับสภาวะใหม่ที่เรียกว่า “บาร์โด” หรือ “อันตรภพ”

ในคอร์สนี้ เราจะทำความเข้าใจเรื่องความตาย การตาย และการเตรียมตัวสำหรับวาระสุดท้ายจากมุมมองในพระพุทธศาสนาแบบทิเบต ฝึกฝน วิธีการที่จะเป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเองและผู้อื่นสำหรับการเตรียมจิตเมื่อวาระสุดท้ายมาถึง พร้อมเรียนรู้วิธีธำรงรักษาธาตุให้สมดุลเพื่อสุขภาพกาย-ใจ

 

รูปแบบการอบรม บรรยาย สนทนาธรรม กิจกรรมกลุ่ม ทำสมาธิ เดินภาวนา สวดมนตราแห่งความกรุณา สวดมนต์ ถวายดวงประทีป อุทิศซูร์ให้แก่ผู้ล่วงลับ

อาจารย์ผู้นำภาวนา 

  • อาจารย์กฤษดาวรรณ เมธาวิกุล ผู้ก่อตั้งและประธานมูลนิธิ
    พันดารา ผู้เชี่ยวชาญด้านทิเบต อาจารย์สอนธรรมะโดยได้รับมอบคำสอนจากพระอาจารย์ในหลายนิกายในพุทธวัชรยาน
  • อาจารย์มิว เยินเต็น ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรมทิเบตของมูลนิธิ ผู้ได้รับการฝึกฝนจากแนวทางของการสอนในวัดทิเบตมาถึง
    27 ปี

อาหาร อาหารมังสวิรัติ 3 มื้อ พร้อมอาหารว่าง เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม กรุณานำขวดน้ำส่วนตัวมาใส่น้ำดื่มที่ทางมูลนิธิจัดให้

ที่พัก ห้องพักคู่ (หญิงล้วน) ในเรือนทศบารมี และเตนท์เดี่ยว มูลนิธิจะจัดที่พักให้ผู้ที่ได้ยืนยันการสมัครแล้วให้ได้นอนห้อง
นอกเสียจากว่าจะระบุว่าความประสงค์จะนอนเตนท์

 การแต่งกาย แต่งกายสุภาพ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อสถานที่และการปฏิบัติ กรุณาไม่ใส่สายเดี่ยว กางเกงขาสั้น เสื้อหรือกางเกงบางๆ
และกรุณานำเครื่องแต่งกายมาให้พอดีกับจำนวนวันที่พัก

การเดินทางไปศูนย์ขทิรวัน 

  • มูลนิธิยินดีจัดหารถตู้ให้ โดยมีค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทางไปกลับ ท่านละ 700 บาท
    รถออกเวลา 6.30 น. ที่ บ้านมูลนิธิพันดารา 695 ลาดพร้าวซอย 11
    (บ้านหลังสุดท้ายของซอย ห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 200 เมตร)
  • เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว สามารถขอรับแผนที่ได้ทางอีเมล์
  • เดินทางโดยรถตู้ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปลงที่หัวหิน

จากสถานีรถตู้ นั่งรถสองแถวป่าละอูมาลงหน้าศูนย์ขทิรวัน ซึ่งคนท้องถิ่นเรียกว่า ศูนย์ทิเบต หรือวัดทิเบต

บริจาคร่วมกิจกรรม 

เพื่อให้ผู้สนใจจริงได้เข้าร่วมภาวนาและช่วยค่าใช้จ่ายในการให้บริการด้านอาหารและสถานที่

มูลนิธิจึงขอให้ผู้สนใจเข้าคอร์สบริจาคร่วมกิจกรรม 2,500 บาท

โดยโอนมาที่บัญชีชื่อ “มูลนิธิพันดารา”
ธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์  เลขที่ 391-2-66998-9

**อนึ่งมูลนิธิไม่สามารถคืนค่าร่วมกิจกรรมหากท่านยกเลิกการเข้าอบรม เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการเตรียมอาหารและสถานที่

ลงทะเบียนร่วมกิจกรรม 

1000tara@gmail.com โทร 083-300-8119

ติดตามข้อมูลทางเฟสบุ๊คที่ www.facebook.com/1000tara

กำหนดการอบรม/ภาวนา 

วันพฤหัสที่ 2 พฤศจิกายน 2560 

6.30 น. รถตู้ออกเดินทางจากบ้านมูลนิธิ (สำหรับผู้เดินทางโดยรถตู้)
10.30 น. ถึงศูนย์ขทิรวัน เก็บสัมภาระ
11.00 น. มรณศาสตร์แบบทิเบต
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
14.00 น. ทำความรู้จักบาร์โด ขั้นตอนการแตกสลายของธาตุ
16.00 น. พัก
16.30 น. ซักถาม สมาธิภาวนา
17.30 น. รับประทานอาหารเย็น
19.15 น. ทำวัตรเย็น สนทนาธรรม นิทานก่อนนอน
20.30 น. เข้านอน

วันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2560 

6.30 น.  ทำสมาธิสู่ความว่างและกระจ่างของจิต
7.00 น.  ดื่มเครื่องดื่มยามเช้า
7.30 น.  กราบอัษฎางคประดิษฐ์ ทำวัตรเช้า
8.30 น.  รับประทานอาหารเช้า
10.00 น. กลับสู่ความเป็นธรรมดา
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
14.00 น. เทคนิคการเตรียมจิตระยะสุดท้าย
16.00 น. พัก
16.30 น. สมาธิภาวนา
17.30 น. รับประทานอาหารเย็น
19.00 น. ทำวัตรเย็น สวดบทรัตนมาลัย อุทิศซูร์ให้แก่ผู้ล่วงลับ นิทานก่อนนอน
20.30 น. เข้านอน

วันเสาร์ที่ 4  พฤศจิกายน 2560 

6.30 น. ทำสมาธิสู่ความว่างและกระจ่างของจิต
7.00 น. ดื่มเครื่องดื่มยามเช้า
7.30 น. ฝึกสมาธิตุกลุง กราบ ทำวัตรเช้า
8.30 น. รับประทานอาหารเช้า
10.00 น. ถือกำเนิดในภพชาติใหม่
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
14.00 น. การดูแลผู้ป่วยในระยะสุดท้าย วิธีภาวนาให้ผู้จากไป
15.30 น. พัก
16.00 น. สมาธิภาวนา
18.00 น. รับประทานอาหารเย็น
19.30 น. ถวายดวงประทีปพันดวง ทำวัตรเย็น สวดบทรัตนมาลัย อุทิศซูร์ให้แก่ผู้ล่วงลับ
20.30 น. เข้านอน

วันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน 2560

6.30 น. ทำสมาธิสู่ความว่างและกระจ่างของจิต
7.00 น. ดื่มเครื่องดื่มยามเช้า
7.30 น. เดินภาวนา/กิจกรรมภาวนาที่สถูปมนตร์
8.30 น. รับประทานอาหารเช้า
9:30 น.  บาร์โดแห่งชีวิต แบ่งปันประสบการณ์
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน และเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

เชรับ ชัมมา วิถีแห่งปัญญาและความรัก (24-26 ม.ค. 2560)

Sherab Chamma, Way of Love and Wisdom, January 24-26, 2017

เชรับ ชัมมา วิถีแห่งปัญญาและความรัก
The Sherab Chamma Wisdom and Loving Practice

วันอังคารที่ 24- วันพฤกัสที่ 26 มกราคม 2560

จัดโดย มูลนิธิพันดารา
ณ ศูนย์ขทิรวัน หัวหิน

===

อีกครั้งกับคอร์สภาวนาที่จะทำให้เราได้เปลี่ยนแปลงตัวเองและเชื่อมโยงกับความไพศาล เบิกบาน ปัญญาญาณที่อยู่ภายในจิตของเรา
ปัญญาญาณนี้ถ่ายทอดมาเป็นพระผู้เปี่ยมด้วยความรักและความกรุณาต่อสรรพสัตว์นามว่า “เชรับ ชัมมา”
เนื่องด้วยผู้คนในสังคมเผชิญความทุกข์จากความขัดแย้ง ความเจ็บป่วย การถูกทอดทิ้ง และวิกฤตปัญหาต่างๆ
ซึ่งนำไปสู่ความหวาดกลัว ความกังวล ความเหงา การคิดปรุงแต่งและมองโลกในทางลบ และเนื่องจากการปฏิบัติเชรับ ชัมมานี้สามารถนำเราไปสู่ปัญญา ความรัก และความสุข ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่มีอยู่แล้วในตัวเรา และน้อมนำให้เกิดพรในการบำบัดรักษา
ประทานความรุ่งเรืองในชีวิต และการปกป้องจากการจากไปก่อนวัยอันสมควร

มูลนิธิจึงเห็นความสำคัญของการจัดคอร์สนี้เพื่อเป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะนำสุขภาวะกาย-ใจมาสู่ผู้คนในสังคม
พระมหามารดาเชรับ ชัมมา อยู่ในรูปสัมโภคกาย พระหัตถ์ขวาถือโถน้ำอมฤตแห่งการบำบัดรักษา พระหัตถ์ซ้ายถือดอกบัว
ในดอกบัวมีกระจกซึ่งแสดงศักยภาพในการสะท้อนสิ่งต่างๆ กระจกน้ีแท้ที่จริงแล้วคือจิตภายในที่เชื่อมโยงเรากับพระพุทธเจ้า
เราทุกคนมีคุณสมบัตินี้

 

คอร์สนี้เน้นทำสมาธิผ่านการบริกรรมมนตราซึ่งเป็นวิธีชำระวาจาให้บริสุทธิ์และการทำสมาธิ
นำพาจิตกลับไปสู่ปัญญาญานและความเบิกบานภายในทั้งการทำสมาธิ และสวดมนต์เป็นดังการขจัดฝุ่นผงที่เกาะกระจกให้หมดสิ้นไป
เมื่อกระจกใส เราจะเห็นพระเชรับ ชัมมาที่แท้ซึ่งมิใช่อื่นใดนอกจากการประสานระหว่างความว่างและความกระจ่างแห่งจิตของเรานั่นเอง

รูปแบบการอบรม

บริกรรมมนตรา ทำสมาธิ สวดมนต์ บรรยายและสนทนาธรรม เดินภาวนา ถวายดวงประทีป อุทิศซูร์ให้แก่ผู้ล่วงลับ

13432401_10154202741497836_7549175622883560013_n

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อาจารย์ผู้นำภาวนา

อาจารย์กฤษดาวรรณ เมธาวิกุล และอาจารย์มิว เยินเต็น

อาหาร-ที่พัก
มูลนิธิยินดีบริการอาหารมังสวิรัติ ผลไม้ อาหารว่าง และเครื่องดื่ม ร้อน/เย็น ตลอดช่วงภาวนา
และจะจัดที่พักเป็นห้องพักในเรือนภาวนารวมทั้งเตนท์เดี่ยว (ในกรณีห้องพักเต็ม)

การแต่งกาย
แต่งกายสุภาพ ใส่สบายเพื่อให้สามารถร่วมกราบและนั่งสมาธิได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นชุดขาว เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อสถานที่และการปฏิบัติ กรุณาไม่ใส่สายเดี่ยว กางเกงขาสั้น เสื้อหรือกางเกงเนื้อบางจนดูไม่สุภาพ กรุณานำเครื่องแต่งกายมาให้พอดีกับจำนวนวันที่พัก

การเดินทางไปศูนย์ขทิรวัน
– เดินทางโดยรถตู้ที่มูลนิธิจัดให้ รถออกเวลา 7.00 น. ที่บ้านมูลนิธิพันดารา 695 ลาดพร้าวซอย 11 (บ้านหลังสุดท้ายของซอย ห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 200 เมตร)
– เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว สามารถขอรับแผนที่ได้ทางอีเมล์
– เดินทางโดยรถตู้ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ไปลงที่หัวหิน จากสถานีรถตู้ นั่งรถสองแถวป่าละอูมาลงหน้าศูนย์ขทิรวัน ซึ่งคนท้องถิ่นเรียกว่า ศูนย์ทิเบต หรือวัดทิเบต

บริจาคค่าร่วมกิจกรรมและร่วมบุญเป็นเจ้าภาพจัดคอร์สภาวนา
ผู้สนใจร่วมปฏิบัติ กรุณาโอนค่าร่วมกิจกรรม จำนวน 2,000 บาท เพื่อเป็นค่าอาหาร น้ำ ไฟ และเป็นการยืนยันการเข้าร่วมกิจกรรม ผู้ที่ไม่สามารถมาร่วมปฏิบัติได้แต่มีจิตศรัทธาสนับสนุนการจัดคอร์สภาวนาเช่นนี้สามารถร่วมบุญตามจิตศรัทธา ทั้งนี้ รายได้จากการจัดคอร์สหลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปสมทบทุนในการก่อสร้างพระศานติตารามหาสถูป

อนึ่ง ผู้ประสงค์จะเดินทางทางรถตู้ที่มูลนิธิจัดเตรียมให้ มีค่ารถไป-กลับ ท่านละ 700 บาท

การโอนเงิน

กรุณาโอนเงินที่บัญชีออมทรัพย์ “มูลนิธิพันดารา” ธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ บัญชีเลขที่ 391-2-66998-9
และส่งสลิปการโอนเงินให้มูลนิธิทราบที่ 1000tara@gmail.com หรือถ่ายรูปส่งทางอินบ็อกซ์ในหน้าเพจของมูลนิธิพันดาราที่ www.facebook.com/1000tara

ลงทะเบียน/สอบถาม
ลงทะเบียนร่วมกิจกรรมที่ 1000tara@gmail.com โทร 083-300-811

15871525_1191596630924129_9126835721579844831_n

กำหนดการ
วันอังคารที่ 24 มกราคม
11.00 น. ทัศนคติและหลักประพฤติปฏิบัติในการปฏิบัติธรรม ทำความรู้จักพระมหามารดาเชรับ ชัมมา ถวายมันดาลาและสวดบทสรรเสริญ
12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน
14.00 น. มุมมองเกี่ยวกับสภาวะพุทธะ ฝึกการทำสมาธิแบบตั้งนิมิต (เกริม) และสลายนิมิต (ซกริม) วิธีบริกรรมมนตรา (งักกอร์) อานิสงส์ของการปฏิบัติ
15.30 น. พัก
16.00 น. ฝึกปฏิบัติ
17.30 น. รับประทานอาหารเย็น
19.00 น. ทำวัตรเย็น ถวายดวงประทีปเป็นพุทธบูชา บำเพ็ญบุญกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ และแด่แม่ ผู้ให้กำเนิดชีวิต นิทานก่อนนอน
20.30 น. จบกิจกรรม

วันพุธที่ 25 มกราคม
06.00 น. สมาธิ กราบอัษฎางคประดิษฐ์
06.45 น. ดื่มเครื่องดื่มยามเช้า
07.15 น. ทำวัตรเช้า บริกรรมมนตรา
08.00 น. รับประทานอาหารเช้า
09.30 น. สวดบทสรรเสริญ ซักถามเกี่ยวกับการปฏิบัติ ฝึกสมาธิ
10.45 น. พัก
11.15 น. บริกรรมมนตราและทำสมาธิ
12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน
14.00 น. ฝึกปฏิบัติ (ต่อ)
15.30 น. พัก
16.00 น. ฝีกปฏิบัติ (ต่อ)
17.30 น. รับประทานอาหารเย็น
19.00 น. ทำวัตรเย็น อุทิศซูร์ให้แก่ผู้ล่วงลับ การเชื่อมโยงกับสภาวะพุทธะในขณะนอนหลับและระหว่างวัน นิทานก่อนนอน
20.30 น. จบกิจกรรม

วันพฤหัสที่ 26 มกราคม
06.00 น. ดื่มเครื่องดื่มยามเช้า
06.15 น. เดินภาวนาและเข้าไปทำสมาธิด้านในของศูนย์ขทิรวันและที่เขตพระมหาสถูป
08.00 น. รับประทานอาหารเช้า
09.30 น. ถวายมันดาลา สวดสรรเสริญ บริกรรมมนตรา และทำสมาธิ
11.00 น. พัก
11.30 น. ค้นพบสรณะที่แท้ นำสภาวะแห่งเชรับ ชัมมากลับบ้าน
12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน

คอร์สภาวนาทงเลน (8-10 ก.ค. 2559 *ปิดรับสมัครแล้ว*)

คอร์สภาวนา “ทงเลน เพื่อการละอัตตา”
Tonglen Meditation
(ในปีนี้จัดเพียงครั้งเดียว)

มูลนิธิพันดาราขอเชิญผู้สนใจร่วมฝึกฝนและปฏิบัติธรรมเนื่องในเดือนแห่งอาสาฬหบูชา
วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม – วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม 2559 ( 2 คืน 3 วัน)
สถานที่: ศูนย์ขทิรวัน มูลนิธิพันดารา หัวหิน
เมื่อเราเข้าใจจิตวิญญาณแห่งการภาวนา เราก็สามารถแบกรับความยากลำบากและสิ่งท้าทายได้ แม้จะเป็นการภาวนาที่ดูเป็นอุดมคติอย่างสมาธิทงเลน (ทองเลน – Tonglen Meditation) ที่เราได้เปลี่ยนรูปแบบของการหายใจหลัก จากการหายใจเพื่อตนเอง เป็นหายใจเพื่อผู้อื่น จากความปรารถนาที่จะดับทุกข์ตนเอง เป็นดับทุกข์ผู้อื่น เมื่อเราไม่เอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง ชีวิตกลับเรียบง่าย สมาธิกลับมีพลัง และเราค้นพบเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้มีสุขอยู่ได้แม้กายทุกข์

ลองคิดดูว่า โลกนี้จะเป็นอย่างไร เมื่อลมหายใจแรกในเช้าวันใหม่ของเราไปพร้อมกับการตั้งจิตที่จะแบ่งเบาความทุกข์ของผู้อื่น และลมหายใจสุดท้ายก่อนเราจะหลับไปก็เป็นการตั้งจิตแบบเดียวกัน บอกตัวเองว่า “ในวาระสุดท้ายของชีวิต ไม่ว่าสภาวะทางกายของข้าพเจ้าจะเป็นเช่นไร สภาวะใจจะขออยู่กับลมหายใจที่อ่อนโยน เกื้อกูล และดำรงอยู่ในความผ่องแผ้วแรกเริ่ม”
ขอเชิญผู้สนใจร่วมฝึกฝน เรียนรู้ และปฏิบัติภาวนาในคอร์สที่เป็นหัวใจของการเดินทางด้านในเพื่อประโยชน์สุขทั้งของตัวเราและผู้อื่น เพื่อการกลับไปสู่ปัญญาญาณเดิมแท้ที่ไม่เคยพรากจากความรักความกรุณา

อาจารย์ผู้นำภาวนา
– อาจารย์กฤษดาวรรณ เมธาวิกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านทิเบต อาจารย์สอนธรรมะในวิถีพุทธวัชรยาน
– อาจารย์มิว เยินเต็น ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรมทิเบตและได้รับการฝึกฝนจากแนวทางการสอนในวัดทิเบต
อาหาร
อาหารมังสวิรัติ 3 มื้อ พร้อมอาหารว่าง เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม กรุณานำขวดน้ำส่วนตัวมาใส่น้ำดื่มที่ทางมูลนิธิจัดให้

ที่พัก
ห้องพักคู่ (หญิงล้วน) ในเรือนทศบารมี และเต๊นท์เดี่ยว ทางมูลนิธิจะจัดที่พักให้ผู้ที่ได้ยืนยันการสมัครแล้วให้ได้นอนห้อง นอกเสียจากว่าจะระบุว่าความประสงค์จะนอนเต๊นท์

การแต่งกาย
แต่งกายสุภาพ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อสถานที่และการปฏิบัติ กรุณาไม่ใส่สายเดี่ยว กางเกงขาสั้น เสื้อหรือกางเกงบางๆ กรุณานำเครื่องแต่งกายมาให้พอดีกับจำนวนวันที่พัก

การเดินทางไปศูนย์ขทิรวัน
ทางมูลนิธิยินดีจัดหารถตู้ให้โดยมีค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทางไปกลับ ท่านละ 700 บาท

บริจาคร่วมกิจกรรม
เพื่อให้ผู้สนใจจริงได้เข้าร่วมภาวนาและช่วยค่าใช้จ่ายในการให้บริการด้านอาหารและสถานที่ ทางมูลนิธิจึงขอให้ผู้สนใจเข้าคอร์สบริจาคร่วมกิจกรรม 2,000 บาทโดยโอนมาที่บัญชีชื่อ “มูลนิธิพันดารา” ธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ เลขที่ 391-2-66998-9
อนึ่ง ทางมูลนิธิไม่สามารถคืนค่าร่วมกิจกรรมหากท่านยกเลิกการเข้าอบรม เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการเตรียมอาหารและสถานที่

ลงทะเบียนร่วมกิจกรรม
1000tara@gmail.com โทร 083-300-8119 ติดตามข้อมูลทางเฟสบุ๊คที่ www.facebook.com/1000tara

กำหนดการ
วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม 2559
07.00 น. ออกเดินทางจากบ้านมูลนิธิที่กรุงเทพฯ สำหรับผู้เดินทางทางรถตู้ที่มูลนิธิจัดให้
10.30 น. ถึงศูนย์ขทิรวัน
11.00 น. พื้นฐานการภาวนาทงเลน
12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน
14.15 น. ทงเลนกับโพธิจิต
16.00 น. พัก
16.30 น. บทสวดทงเลน นำพาจิตกลับสู่สภาวะแห่งความกรุณาและผ่องแผ้วเดิมแท้
17.45 น. รับประทานอาหารเย็น
19.15 น. ทำวัตรเย็น วิธีทำสมาธิ นิทานก่อนนอน
20.30 น. พักผ่อน

วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม 2559
06.00 น. สมาธิ
06.20 น. กราบอัษฎางคประดิษฐ์
07.00 น. รับประทานชา/กาแฟ
07.30 น. ทำวัตรเช้า
08.00 น. รับประทานอาหารเช้า
09.30 น. ทงเลนกับการเยียวยา
11.00 น. ภาวนา ซักถาม
12.15 น. รับประทานอาหารกลางวัน
14.00 น. ทงเลนช่วยให้เราเผชิญวิกฤตในชีวิตได้อย่างไร
15.00 น. สมาธิภาวนา
16.00 น. พัก
16.30 น. สมาธิภาวนา
17.45 น. รับประทานอาหารเย็น
19.15 น. ทำวัตรเย็น ถวายดวงประทีป อุทิศให้ผู้ล่วงลับ นิทานก่อนนอน
20.30 น. พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม 2559

06.00 น. รับประทานชา/กาแฟ
06.15 น. เดินภาวนา ทำสมาธิ และกิจกรรมแห่งโพธิจิต
08.00 น. รับประทานอาหารเช้า
09.30 น. ทงเลนกับการละอัตตา
11.00 น. จะนำทงเลนไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร
12.15 น. รับประทานอาหารกลางวัน
14.00 น. เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

 

 

 

 

คอร์สเตรียมตัวตายอย่างมีสติ ระดับ 1 (19-22 พฤษภาคม 2559)

Bardo 19

คอร์สอบรม/ภาวนา
เตรียมตัวตายอย่างมีสติ…ในวิถีพุทธทิเบต
วิสาขบูชาบารมี
วันพฤหัสที่ 19 – วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม 2559
ศูนย์ขทิรวัน (มูลนิธิพันดารา) หัวหิน
*ไม่เก็บค่าลงทะเบียน ท่านสามารถร่วมบุญตามกำลังศรัทธา*
เงื่อนไขการร่วมภาวนา

โดยปกติเราควรฝึกจิตให้ตื่นรู้ เบิกบาน อยู่ตลอดเวลา การฝึกต้องทำอย่างสม่ำเสมอในขณะที่เรายังแข็งแรง เมื่อวันที่เราป่วยหนักมาถึง ถ้าเรายังไม่เคยฝึกจิตให้คิดแต่สิ่งดีๆ ให้รู้จักให้อภัย หรือปล่อยวาง เราอาจโกรธเกลียดความเจ็บป่วยซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพกายและใจของเราเลย แล้วเมื่อวาระแห่งลมหายใจสุดท้ายมาถึง เราจะจากไปอย่างทุรนทุราย

ขอให้ผู้เข้าภาวนาได้ตั้งใจบำเพ็ญบุญกุศล ศึกษา ปฏิบัติ ด้วยใจเปิดกว้างเพื่อเป็นมรณานุสสติและเป็นกุศลบริสุทธิ์แด่ผู้จากไปตลอดระยะเวลาของคอร์ส

ตั้งแต่เกิดสัญญาณแห่งความตายซึ่งเกี่ยวข้องกับการแตกสลายของธาตุไปจนถึงขณะที่ลมหายใจเฮือกสุดท้ายหมดไปและเกิดการตายอย่างสมบูรณ์ทั้งภายนอกและภายใน มีความจำเป็นมากที่เราจะต้องประคับประคองจิตใจของเราให้ไม่ตระหนกตกใจ ไม่หวาดกลัว ไม่เศร้าเสียใจจากการยึดติด ผูกพัน ไม่น้อยใจหากไม่ได้รับการดูแล ไม่โกรธหรือเคืองแค้นผู้ใด จิตใจภายในนี้ละเอียดอ่อนมาก และในยามที่กายค่อยๆหมดพละกำลัง จิตที่ไม่ได้รับการฝึกก็จะยิ่งเสื่อมถอย ดิ่งลึกไปในความมืดมน ดุจดังลงไปสู่ก้นบึ้งของทะเลในยามค่ำคืน

เวลาสุดท้ายมีผลต่อการเดินทางต่อของดวงจิต เราจึงต้องพยายามทำอย่างดีที่สุดที่จะให้ผู้ที่กำลังจะล่วงลับจากไปอย่างสงบ และมีสติ ไปพร้อมกับจิตที่มั่นคงในพระรัตนตรัยและในคุรุอาจารย์ของเขา แต่ละสัมผัสที่ให้ในขณะนั้นจะต้องละมุนละม่อม เปี่ยมไปด้วยความกรุณา เพราะในขณะนั้นผู้กำลังจะล่วงลับไม่สามารถช่วยตัวเองได้อีกแล้ว มือที่เราไปสัมผัสเขาจึงต้องเต็มไปด้วยความรัก วาจาที่เราคุย
กับเขาจึงต้องเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ไม่ว่าดูภายนอกเขาจะรับรู้หรือไม่ แต่ดวงจิตเขายังคงอยู่ ดวงจิตเขาต้องการความรักของเรา ต้องการคำเตือนให้นึกถึงคุรุอาจารย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เขาเคารพบูชา เพื่อให้ดวงจิตของเขาไม่ว้าเหว่ มีกำลังใจ และพร้อมที่จะไปเผชิญกับสภาวะใหม่ที่เรียกว่า “บาร์โด”หรือ “อันตรภพ”

ในคอร์สนี้ เราจะทำความเข้าใจเรื่องของความตายและการเตรียมตัวสำหรับวาระสุดท้ายจากมุมมองในพระพุทธศาสนาแบบทิเบต ฝึกฝน วิธีการที่จะเป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเองและผู้อื่นสำหรับการเตรียมจิตเมื่อวาระสุดท้ายมาถึง พร้อมเรียนรู้วิธีธำรงรักษาธาตุให้สมดุลเพื่อสุขภาพกาย-ใจ

รูปแบบการอบรม
บรรยาย สนทนาธรรม กิจกรรมกลุ่มทำสมาธิ เดินภาวนา สวดมนตราแห่งความกรุณา สวดมนต์ ถวายดวงประทีป อุทิศซูร์ให้แก่ผู้ล่วงลับ

อาจารย์ผู้นำภาวนา

-อาจารย์กฤษดาวรรณ เมธาวิกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านทิเบตจากมหาวิทยาลัยอินเดียน่าและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาจารย์สอนธรรมะโดยได้รับมอบคำสอนจากพระอาจารย์ในหลายนิกายในพุทธวัชรยาน
– อาจารย์มิว เยินเต็น ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรมทิเบตของมูลนิธิ ผู้ได้รับการฝึกฝนจากแนวทางของการสอนในวัดทิเบตมาถึง 27 ปี

อาหาร-ที่พัก

ทางมูลนิธิยินดีบริการอาหารมังสวิรัติ ผลไม้ อาหารว่าง และเครื่องดื่มร้อน/เย็น ตลอดช่วงภาวนา และจะจัดที่พักเป็นห้องพักในเรือนภาวนารวมทั้งเต็นท์เดี่ยว
(ในกรณีห้องพักเต็ม) ที่ศูนย์ขทิรวันมีห้องน้ำสไตล์รีสอร์ทไว้บริการ
การแต่งกาย

แต่งกายสุภาพ ใส่สบายเพื่อให้สามารถร่วมกราบและนั่งสมาธิได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นชุดขาว เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อสถานที่และการปฏิบัติ กรุณาไม่ใส่สายเดี่ยว กางเกงขาสั้น เสื้อหรือกางเกงเนื้อบางจนดูไม่สุภาพ กรุณานำเครื่องแต่งกายมาให้พอดีกับจำนวนวันที่พัก

การเดินทางไปศูนย์ขทิรวัน

– เดินทางโดยรถตู้ที่มูลนิธิจัดให้ ค่ารถไปกลับ 700 บาท รถออกเวลา 7.00 น. ที่บ้านมูลนิธิพันดารา 695 ลาดพร้าว ซอย 11 (บ้านหลังสุดท้ายของซอย ห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 200 เมตร)
– เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว สามารถขอรับแผนที่ได้ทางอีเมล์
– เดินทางโดยรถตู้ที่อนุสาวรีย์ชัยไปลงที่หัวหิน จากสถานีรถตู้ นั่งรถสองแถวป่าละอูมาลงหน้าศูนย์ขทิรวันซึ่งคนท้องถิ่นเรียกว่า ศูนย์ทิเบต หรือวัดทิเบต

สำหรับผู้ประสงค์จะเดินทางทางรถตู้ที่มูลนิธิจะจัดเช่าให้ มีค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทางไปกลับ 700 บาท กรุณาโอนค่าเดินทางล่วงหน้าที่บัญชีต่อไปนี้ บัญชีออมทรัพย์ “มูลนิธิพันดารา” ธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ บัญชีเลขที่ 391-2-66998-9

ผู้สนใจกรุณาลงทะเบียนที่ 1000tara@gmail.com โทร 083-300-8119
กําหนดการอบรม/ภาวนา

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม 2559

7.00 น. รถตู้ออกเดินทางจากบ้านมูลนิธิ
10.30 น. ถึงศูนย์ขทิรวัน เก็บสัมภาระ รับประทานของว่าง
11.00 น. ปฐมนิเทศ ทัศนคติเกี่ยวกับชีวิตและความตาย
12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน
14.00 น. ความรู้เกี่ยวกับมรณศาสตร์แบบทิเบต
16.00 น. พัก
16.30 น. สมาธิ มนตราแห่งความกรุณา
17.30 น. รับประทานอาหารเย็น
19.15 น. ทําวัตรเย็น สนทนาธรรม นิทานก่อนนอน
20.30 น. เข้านอน
วันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม 2559 (วันวิสาขบูชา)

6.00 น. ทําสมาธิ กราบอัษฎางคประดิษฐ์
7.15 น. ดื่มเครื่องดื่มยามเช้า
7.45 น. ทําวัตรเช้า สนทนาธรรม
8.30 น. รับประทานอาหารเช้า
10.00 น. บาร์โดแห่งขณะกําลังจะตาย
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
14.00 น. การแตกสลายของธาตุและการจากพรากของกายและจิต
16.00 น. พัก
16.30 น. สมาธิ มนตราแห่งความกรุณา
17.45 น. รับประทานอาหารเย็น
19.15 น. ทําวัตร ถวายดวงประทีปพันดวงเนื่องในวันวิสาขบูชา
แด่พระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย ขอพรให้เกิดแสงแห่งปัญญาในดวงจิตของผู้จากไปและดับอวิชชาในใจของเรา อุทิศซูร์ให้แก่ผู้ล่วงลับ สวดบทรัตนมาลัยและมนตราดับทุกข์โศก นิทานก่อนนอน
20.45 น. เข้านอน
วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม 2559

6.30 น. นั่งสมาธิ กราบอัษฎางคประดิษฐ์
7.15น. เดินภาวนา กิจกรรมแห่งโพธิจิต
8.30 น. รับประทานอาหารเช้า
10.00 น. บาร์โดแห่งความเป็นธรรมดา
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
14.00 น. บาร์โดแห่งการเกิดใหม่
16.00 น. พัก
16.30 น. สมาธิ มนตราดับทุกข์โศกของสรรพสัตว์
19.15 น. ทําวัตรเย็น อุทิศซูร์ให้แก่ผู้ล่วงลับ สวดบทรัตนมาลัยและมนตราแห่งความกรุณา นิทานก่อนนอน
17.45 น. รับประทานอาหารเย็น
20.45 น. เข้านอน

วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม 2559

6.00 น. นั่งสมาธิ กราบอัษฎางคประดิษฐ์
6.45 น. ดื่มเครื่องดื่มยามเช้า
7.00 น. ทําวัตรเช้า บาร์โดแห่งชีวิต
8.30 น. รับประทานอาหารเช้า
10.00 น. เทคนิคภาวนาสําหรับเตรียมจิตในระยะสุดท้ายของชีวิต
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
14.00 น. เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

ตารา พระมหามารดาแห่งความกรุณา

(Tentative Schedule  กิจกรรมนี้ยังอยู่ระหว่างการประสานงานกับพระอาจารย์)

มูลนิธิพันดารา ขอเชิญท่านร่วมคอร์สสมาธิภาวนา “ตารา พระมหามารดาแห่งความกรุณา”

พร้อมพิธีมนตราภิเษกพระแม่ตารา 21 พระองค์

นำภาวนาโดยพระอาจารย์กุงกา ซังโป ริมโปเช

วันศุกร์ที่ 12  – วันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม 2559 ( 3 วัน 2 คืน) ณ ศูนย์ขทิรวัน หัวหิน

ลงทะเบียนร่วมกิจกรรม 1000tara@gmail.com

โทร 083-300-8119, 087-829-9387

บริจาคร่วมกิจกรรม 2,500 บาท

เพื่อเป็นค่าอาหารและเครื่องดื่ม ค่าแรงคนงาน

รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายสมทบการจัดกิจกรรมต่างๆ ของมูลนิธิ

โอนเงินได้ที่บัญชีออมทรัพย์ “มูลนิธิพันดารา”

ธนาคารกสิกรไทย บัญชีเลขที่ 391-2-66998-9

ธนาคารไทยพาณิชย์ บัญชีเลขที่ 038-4-31667-8

และส่งหลักฐานการโอนเงินทางแฟกซ์ที่ 025114112 หรืออีเมล 1000tara@gmail.com

 

white tara

 

พระโพธิสัตว์ตารา

พระมหาโพธิสัตว์อารยาตารา (ภาษาทิเบต: เจซูน เตรอมา) เป็นพระโพธิสัตว์แห่งความเมตตากรุณา ทรงกำเนิดจากน้ำพระเนตรของพระอวโลกิเตศวร เมื่อครั้งที่ทรงพระกรรแสงเนื่องจากทรงไม่สามารถช่วยเหลือสัตว์ทั้งโลกทั้งหลายให้พ้นจากความทุกข์ได้ พระโพธิสัตว์ตาราทรงเป็นที่รักและกราบบูชาของชาวพุทธในทิเบต หิมาลัยและมองโกเลีย พวกเขามักสวดคาถาหัวใจ “โอม ตาเร ตุตตาเร ตุเร โซฮา” และสวดบทสรรเสริญตารา ๒๑ องค์
พระโพธิสัตว์ตาราทรงมี ๒๑ ปาง แต่ปางที่รู้จักกันแพร่หลายคือ ตาราเขียว (ขทิรวนีตารา) และตาราขาว (จินดามณีจักรตารา) ตาราเขียวเป็นปางคุ้มครองนักเดินทางจากภัยอันตราย ทรงประทานพรให้พ้นจากความทุกข์ ความกลัว และดลบันดาลให้การงานสำเร็จโดยเร็ว ตาราขาวเป็นปางประทานอายุยืนยาวและการบำบัดรักษาโรค

อาจารย์ผู้นำภาวนา 

พระอาจารย์กุงกา ซังโป ริมโปเช
กุงกา ซังโป ริมโปเช เกิดในปี พ.ศ. ๒๕๐๙ ในครอบครัวชนเผ่าเร่ร่อนที่ตำบล ปาทัง เมืองเจคุนโด เขตปกครองตนเองยูชู แคว้นคามมณฑลชิงไห่ ประเทศจีน ทานมีโอกาสได้บวชเรียนเมื่ออายุ ๑๗ ปี โดยจำพรรษาที่วัดเจคุนโด วัดสาเกียปะที่ใหญ่ที่สุดในเขตปกครองตนเองยูชู พระปฐมคุรุของท่านคือ อาตรัก ริมโปเช อาจารย์นักปฏิบัติคนสำคัญซึ่งมรณภาพในปี พ.ศ. ๒๕๔๔ พระอาจารย์ของท่านอีกรูปหนึ่งคือ ลูดิง เคนริมโปเช ประมุขนิกายงอเชนของสาเกียปะและเจ้าอาวาสวัดซังโงรูในนครลาซา ปัจจุบันลูดิง เคนริมโปเชจำพรรษาที่เมืองเดราห์ดุน ประเทศอินเดีย
เมื่ออายุ ๒๐ ปี กุงกา ซังโป ริมโปเชได้ศึกษาเล่าเรียนที่โรงเรียน ภาษาทิเบตที่เมืองเดรเก จากนั้น ท่านไปศึกษาต่อที่โรงเรียนอาริก เชอตรา เชนโม ซึ่งเป็นโรงเรียนสำหรับพระสงฆ์ ที่เมืองซาชูคา มณฑลเสฉวน ที่โรงเรียนนี้ ท่านได้ศึกษาพระธรรมเป็นเวลา ๖ ปีกับเปมา เซวัง เคนริมโปเช พระอาจารย์ญิงมาปะที่มีชื่อเสียง
หลังสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนที่ซาชูคา ท่านมีโอกาสไปเป็นอาจารย์ที่วิทยาลัยพุทธศาสนาสายทิเบตแห่งประเทศจีน กรุงปักกิ่ง ซึ่งเป็นสถานศึกษาสำคัญที่สุดที่หนึ่งสำหรับทุลกุ (นิรมาณกาย/พระกลับชาติมาเกิด) หลังจากนั้น ท่านสอนหนังสืออยู่ที่เจคุนโดเป็นเวลา ๙ ปี ในปี ๒๕๔๓ ท่านสอบเข้าเป็นนักศึกษาปริญญาโทสาขาประวัติศาสตร์และปรัชญาทิเบตที่มหาวิทยาลัยชนชาติกลุ่มน้อยส่วนกลาง กรุงปักกิ่ง ในระหว่างที่อยู่ปักกิ่งนี้เอง ท่านได้สอนพระสูตรให้แก่ลามะกลับชาติมาเกิดที่วิทยาลัยพระสูตรและได้สอนธรรมะให้แก่ลูกศิษย์ชาวจีนเป็นจำนวนมาก ท่านรจนาคัมภีร์ในนิกายสาเกียปะเกิน ๕๐ เล่มและเป็นบรรณาธิการสำคัญในการทำพจนานุกรมพุทธศาสตร์ภาษาทิเบตและจีน พระอาจารย์ได้รับนิมนต์เดินทางไปบรรยายในประเทศไทยและสหรัฐอเมริกาหลายครั้ง

อาหาร 

อาหารมังสวิรัติ 3 มื้อ พร้อมอาหารว่าง สำหรับผู้ประสงค์จะถือศีล 8 กรุณาแจ้งล่วงหน้า เพื่อทางมูลนิธิจะได้จัดน้ำปานะไว้บริการในตอนเย็น และเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม กรุณานำขวดน้ำส่วนตัวมาใส่น้ำดื่มที่ทางมูลนิธิจัดให้

ที่พัก 

ห้องพักคู่ (หญิงล้วน) ในเรือนทศบารมี และเต็นท์เดี่ยว

การแต่งกาย

แต่งกายสุภาพ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อสถานที่และการปฏิบัติ กรุณาไม่ใส่สายเดี่ยว กางเกงขาสั้น เสื้อหรือกางเกงบางๆ กรุณานำเครื่องแต่งกายมาให้พอดีกับจำนวนวันที่พัก

 

คอร์สเตรียมตัวตายอย่างมีสติ แด่น้องกันย์

Kan Post 4

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คอร์สเตรียมตัวตายอย่างมีสติ..ในวิถีพุทธทิเบต

แด่น้องกันย์ (รสวรรณ ม่วงมิ่งสุข)

*** คอร์สนี้ปิดรับสมัครแล้ว
*** (เปิดรับสมัคร คอร์สใหม่ในวันที่  19-22 พฤษภาคม  2559)

วันพฤหัสที่ 5 – วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม 2559
ศูนย์ขทิรวัน (มูลนิธิพันดารา) หัวหิน

ขอเชิญเพื่อนธรรมร่วมเรียนรู้ ใคร่ครวญและภาวนาด้วยหัวใจแห่งความรักและ กรุณา บำเพ็ญบุญกุศลแด่น้องกันย์ (รสวรรณ ม่วงมิ่งสุข) กัลยาณมิตรผู้จากไปก่อนวัยอันสมควร และแด่สรรพชีวิตโดยเฉพาะดวงจิตที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่สภาวะใหม่

*ไม่เก็บค่าลงทะเบียน*

เงื่อนไขการร่วมภาวนา

ขอให้ผู้เข้าภาวนาได้ตั้งใจบำเพ็ญบุญกุศล ศึกษา ปฏิบัติ ด้วยใจเปิดกว้างเพื่อเป็นมรณานุสสติและเป็นกุศลบริสุทธิ์แด่ผู้จากไปตลอดระยะเวลาของคอร์ส

โดยปกติเราควรฝึกจิตให้ตื่นรู้ เบิกบาน อยู่ตลอดเวลา การฝึกต้องทำอย่างสม่ำเสมอในขณะที่เรายังแข็งแรง เมื่อวันที่เราป่วยหนักมาถึง ถ้าเรายังไม่เคยฝึกจิตให้คิดแต่สิ่งดีๆ ให้รู้จักให้อภัย หรือปล่อยวาง เราอาจโกรธเกลียดความเจ็บป่วยซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพกายและใจของเราเลย แล้วเมื่อวาระแห่งลมหายใจสุดท้ายมาถึง เราจะจากไปอย่างทุรนทุราย

ตั้งแต่เกิดสัญญาณแห่งความตายซึ่งเกี่ยวข้องกับการแตกสลายของธาตุไปจนถึงขณะที่ลมหายใจเฮือกสุดท้ายหมดไปและเกิดการตายอย่างสมบูรณ์ทั้งภายนอกและภายใน มีความจำเป็นมากที่เราจะต้องประคับประคองจิตใจของเราให้ไม่ตระหนกตกใจ ไม่หวาดกลัว ไม่เศร้าเสียใจจากการยึดติด ผูกพัน ไม่น้อยใจหากไม่ได้รับการดูแล ไม่โกรธหรือเคืองแค้นผู้ใด จิตใจภายในนี้ละเอียดอ่อนมาก และในยามที่กายค่อยๆหมดพละกำลัง จิตที่ไม่ได้รับการฝึกก็จะยิ่งเสื่อมถอย ดิ่งลึกไปในความมืดมน ดุจดังลงไปสู่ก้นบึ้งของทะเลในยามค่ำคืน

เวลาสุดท้ายมีผลต่อการเดินทางต่อของดวงจิต เราจึงต้องพยายามทำอย่างดีที่สุดที่จะให้ผู้ที่กำลังจะล่วงลับจากไปอย่างสงบ และมีสติ ไปพร้อมกับจิตที่มั่นคงในพระรัตนตรัยและในคุรุอาจารย์ของเขา แต่ละสัมผัสที่ให้ในขณะนั้นจะต้องละมุนละม่อม เปี่ยมไปด้วยความกรุณา เพราะในขณะนั้นผู้กำลังจะล่วงลับไม่สามารถช่วยตัวเองได้อีกแล้ว มือที่เราไปสัมผัสเขาจึงต้องเต็มไปด้วยความรัก วาจาที่เราคุย

กับเขาจึงต้องเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ไม่ว่าดูภายนอกเขาจะรับรู้หรือไม่ แต่ดวงจิตเขายังคงอยู่ ดวงจิตเขาต้องการความรักของเรา ต้องการคำเตือนให้นึกถึงคุรุอาจารย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เขาเคารพบูชา เพื่อให้ดวงจิตของเขาไม่ว้าเหว่ มีกำลังใจ และพร้อมที่จะไปเผชิญกับสภาวะใหม่ที่เรียกว่า “บาร์โด”หรือ “อันตรภพ”
ในคอร์สนี้ เราจะทำความเข้าใจเรื่องของความตายและการเตรียมตัวสำหรับวาระสุดท้ายจากมุมมองในพระพุทธศาสนาแบบทิเบต ฝึกฝน วิธีการที่จะเป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเองและผู้อื่นสำหรับการเตรียมจิตเมื่อวาระสุดท้ายมาถึง พร้อมเรียนรู้วิธีธำรงรักษาธาตุให้สมดุลเพื่อสุขภาพกาย-ใจ
รูปแบบการอบรม
บรรยาย สนทนาธรรม กิจกรรมกลุ่มทำสมาธิ เดินภาวนา สวดมนตราแห่งความกรุณา สวดมนต์ ถวายดวงประทีป อุทิศซูร์ให้แก่ผู้ล่วงลับ
อาจารย์ผู้นำภาวนา
-อาจารย์กฤษดาวรรณ เมธาวิกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านทิเบตจากมหาวิทยาลัยอินเดียน่าและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาจารย์สอนธรรมะโดยได้รับมอบคำสอนจากพระอาจารย์ในหลายนิกายในพุทธวัชรยาน
– อาจารย์มิว เยินเต็น ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรมทิเบตของมูลนิธิ ผู้ได้รับการฝึกฝนจากแนวทางของการสอนในวัดทิเบตมาถึง 27 ปี
อาหาร-ที่พัก
ทางมูลนิธิยินดีบริการอาหารมังสวิรัติ ผลไม้ อาหารว่าง และเครื่องดื่มร้อน/เย็น ตลอดช่วงภาวนา และจะจัดที่พักเป็นห้องพักในเรือนภาวนารวมทั้งเต็นท์เดี่ยว
(ในกรณีห้องพักเต็ม) ที่ศูนย์ขทิรวันมีห้องน้ำสไตล์รีสอร์ทไว้บริการ
การแต่งกาย
แต่งกายสุภาพ ใส่สบายเพื่อให้สามารถร่วมกราบและนั่งสมาธิได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นชุดขาว เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อสถานที่และการปฏิบัติ กรุณาไม่ใส่สายเดี่ยว กางเกงขาสั้น เสื้อหรือกางเกงเนื้อบางจนดูไม่สุภาพ กรุณานำเครื่องแต่งกายมาให้พอดีกับจำนวนวันที่พัก
การเดินทางไปศูนย์ขทิรวัน
– เดินทางโดยรถตู้ที่มูลนิธิจัดให้ ค่ารถไปกลับ 700 บาท รถออกเวลา 7.00 น. ที่บ้านมูลนิธิพันดารา 695 ลาดพร้าว ซอย 11 (บ้านหลังสุดท้ายของซอย ห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 200 เมตร)
– เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว สามารถขอรับแผนที่ได้ทางอีเมล์
– เดินทางโดยรถตู้ที่อนุสาวรีย์ชัยไปลงที่หัวหิน จากสถานีรถตู้ นั่งรถสองแถวป่าละอูมาลงหน้าศูนย์ขทิรวันซึ่งคนท้องถิ่นเรียกว่า ศูนย์ทิเบต หรือวัดทิเบต
ด้วยการภาวนาครั้งนี้ มูลนิธิตั้งใจทำตามเจตนารมย์ของน้องกันย์ ประกอบกับมูลนิธิได้รับปัจจัยร่วมบุญจากครอบครัวน้องกันย์ จึงจะไม่มีการเก็บค่าลงทะเบียน
แต่เนื่องจากในการเช่ารถตู้มีค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยมูลนิธิไม่ให้ต้องรับภาระในกรณีที่มีการยกเลิกการเดินทาง จึงขอให้ผู้ขึ้นรถตู้ได้โอนค่าเดินทางล่วงหน้าที่บัญชีต่อไปนี้
บัญชีออมทรัพย์ “มูลนิธิพันดารา” ธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ บัญชีเลขที่ 391-2-66998-9
ผู้สนใจกรุณาลงทะเบียนที่ 1000tara@gmail.com โทร 083-300-8119
กําหนดการอบรม/ภาวนา
วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม 2559
7.00 น. รถตู้ออกเดินทางจากบ้านมูลนิธิ
10.30 น. ถึงศูนย์ขทิรวัน เก็บสัมภาระ รับประทานของว่าง
11.00 น. ข้อคิดเกี่ยวกับการจากไปของน้องกันย์
12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน
14.00 น. ความรู้เกี่ยวกับมรณศาสตร์แบบทิเบต
16.00 น. พัก
16.30 น. สมาธิ มนตราแห่งความกรุณา
17.30 น. รับประทานอาหารเย็น
19.15 น. ทําวัตรเย็น สนทนาธรรม นิทานก่อนนอน
20.30 น. เข้านอน
วันศุกร์ที่ 6 พฤษภาคม 2559
6.00 น. ทําสมาธิ กราบอัษฎางคประดิษฐ์
7.15 น. ดื่มเครื่องดื่มยามเช้า
7.45 น. ทําวัตรเช้า สนทนาธรรม
8.30 น. รับประทานอาหารเช้า
10.00 น. บาร์โดแห่งขณะกําลังจะตาย
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
14.00 น. การแตกสลายของธาตุและการจากพรากของกายและจิต
16.00 น. พัก
16.30 น. สมาธิ มนตราแห่งความกรุณา
17.45 น. รับประทานอาหารเย็น
19.15 น. ทําวัตรเย็น อุทิศซูร์ให้แก่ผู้ล่วงลับ สวดบทรัตนมาลัยและมนตราแห่งความกรุณา นิทานก่อนนอน
20.45 น. เข้านอน
วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม 2559
6.30 น. นั่งสมาธิ กราบอัษฎางคประดิษฐ์
7.15น. เดินภาวนา กิจกรรมแห่งโพธิจิต
8.30 น. รับประทานอาหารเช้า
10.00 น. บาร์โดแห่งความเป็นธรรมดา
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
14.00 น. บาร์โดแห่งการเกิดใหม่
16.00 น. พัก
16.30 น. สมาธิ มนตราดับทุกข์โศกของสรรพสัตว์
17.45 น. รับประทานอาหารเย็น
19.15 น. ทําวัตร ถวายดวงประทีปพันดวงแด่พระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย ขอพรให้เกิดแสงแห่งปัญญาในดวงจิตของผู้จากไปและดับอวิชชาในใจของเรา อุทิศซูร์ให้แก่ผู้ล่วงลับ สวดบทรัตนมาลัยและมนตราดับทุกข์โศก นิทานก่อนนอน
20.45 น. เข้านอน
วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม 2559
6.00 น. นั่งสมาธิ กราบอัษฎางคประดิษฐ์
6.45 น. ดื่มเครื่องดื่มยามเช้า
7.00 น. ทําวัตรเช้า บาร์โดแห่งชีวิต
8.30 น. รับประทานอาหารเช้า
10.00 น. เทคนิคภาวนาสําหรับเตรียมจิตในระยะสุดท้ายของชีวิต
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
14.00 น. เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ
สามปีก่อนหญิงสาวคนหนึ่งขับรถมาศูนย์ขทิรวันคนเดียวเพื่อมาร่วมภาวนาเตรียมตัวตายในวิถีพุทธทิเบตซึ่งจัดโดยมูลนิธิพันดารา ภายนอกเธอดูมีความสุข สุขภาพแข็งแรง ร่าเริง มั่นใจในตัวเอง แต่ในวันสุดท้ายเธอบอกพวกเราด้วยน้ำตาว่า เธอป่วยเป็นมะเร็งกระเพาะปัสสาวะระยะที่สามและคงจะมีชีวิตไม่ถึงอายุ 60 ปีตามที่วาดฝันไว้ ตอนนี้ชีวิตเธอเดินทางมาถึงเพียงครึ่งทาง
คำพูดของเธอเป็นตอนจบของคอร์สภาวนาในวันนั้นที่ทำให้พวกเราพินิจความเป็นอนิจจัง ไม่ประมาทกับชีวิตที่เหลืออยู่ซึ่งเปราะบางดุจดังฟองสบู่
มาวันนี้ น้องกันย์ได้จากชีวิตนี้ไปแล้ว เดินทางสู่ชีวิตใหม่ โดยมอบบทเรียนล้ำค่าแห่การเตรียมตัวตายให้พวกเราได้ใคร่ครวญ
ทันทีที่ป้าเงาะส่งข่าวน้องกันย์เสียชีวิตไปให้ในเรือนจำศีล ครูก็ขอให้ป้าเงาะจุดดวงประทีป 108 ดวงให้ที่ศาลาด้านหน้าที่เราประดิษฐานองค์พระ แล้วครูกับอ.เยินเต็นก็สวดบทภาวนาพระพุทธเจ้าปางสันติและพิโรธตามประเพณีของทิเบตให้ และทุกเช้าในยามอรุณรุ่งเป็นเวลากว่า 49 วัน เราบำเพ็ญบุญกุศลด้วยการอุทิศซูร์ (อุทิศกลิ่นหอมหวานของอาหารสีขาว ได้แก่ แป้งข้าวบาร์เลย์ น้ำผึ้ง นม เนย น้ำตาลอ้อย ที่นำไปเผาไฟ) และสวดมนตราแห่งความกรุณาแด่ดวงจิตที่เดินทางต่อในอันตรภพโดยเน้นดวงจิตของน้องกันย์ ผู้จากไปก่อนวัยอันสมควร
แม้ว่าจะไม่สามารถจัดงานภาวนาตามที่น้องกันย์ขอไว้ทันทีที่จากไป แต่ครูกับทางเพื่อนธรรมของกันย์ที่มูลนิธิจะจัดคอร์สภาวนาเตรียมตัวตายในวิถีพุทธทิเบตที่นำกันย์มาพันดาราในวันที่ 5-8 พฤษภาคม 2559 บำเพ็ญบุญกุศลให้ไม่ว่าน้องกันย์จะได้ไปเกิดใหม่ในสถานใด ก็ขอให้มีชีวิตที่ประเสริฐ มีสุขภาพแข็งแรง ได้พบพระธรรมและปฏิบัติธรรมจนเข้าถึงการหลุดพ้น
ด้วยทางครอบครัวของน้องกันย์ได้นำเงินทำบุญมามอบให้มูลนิธิตามเจตนารมย์ของน้องกันย์เป็นเงิน 20,000 บาทซึ่งทางมูลนิธิซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง ปัจจัยนี้จะนำมาจัดคอร์สภาวนาในครั้งนี้
กฤษดาวรรณ เมธาวิกุล

ขอเชิญร่วมฟังธรรม และร่วมพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี (15-22 พ.ค. 2559)

มูลนิธิพันดาราขอเชิญทุกท่านฟังธรรม ปฏิบัติธรรมและร่วมพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี
เพื่อสร้างพระศานติตารามหาสถูป หอสมาธิเพื่อการปฏิบัติธรรม

ทุกกิจกรรมนำภาวนาโดยพระอาจารย์กุนเทรอ นัมคา ทรินเล วังเกียล ริมโปเช
คุรุทางจิตวิญญาณที่สำคัญของทิเบต ผู้เป็นท่านเกียลวัง กุนเทรอ ทรักปา กลับชาติมาเกิด

กำหนดการ
วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม 2559
บรรยายธรรมเรื่อง “พระคุรุริมโปเชและสายกุนเทรอ ทรักปา” พร้อมกับสอนวิธีปฏิบัติและสวดมนต์ให้พร
ณ บ้านมูลนิธิพันดารา จะมีพิธีต้อนรับริมโปเชโดยคณะศิษย์พันดารา

วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม 2559
บรรยายธรรมและสอนทำสมาธิ “การบ่มเพาะปัญญาและความรักผ่านการปฏิบัติบูชาพระมหามารดาเชรับ ชัมมา”

วันพุธที่ 18 พฤษภาคม 2559
พิธีพุทธาภิเษกรูปหล่อพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ที่จะประดิษฐานในพระมหาสถูป และถวายซก (คณบูชา) แด่พระธรรมบาลปัลเดน ลาโม

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม 2559
บรรยายธรรม “ทัศนคติของชาวทิเบตต่อความตายและการตาย” ในคอร์สภาวนา “เตรียมตัวตายอย่างมีสติ…ในวิถีพุทธทิเบต ฉลองวิสาขบูชา”

วันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม 2559
พิธีทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสร้างเสาใจกลาง 9 ต้นของพระศานติตารามหาสถูป หอสมาธิเพื่อการปฏิบัติธรรม

*กิจกรรมธรรมะระหว่างวันที่ 17-20 จัดขึ้นที่ศูนย์ขทิรวัน หัวหิน
**บริจาคร่วมกิจกรรมตามจิตศรัทธา
อนึ่ง ท่านสามารถร่วมเป็นเจ้าภาพถวายอาหารแด่ริมโปเชและคณะพระภิกษุผู้ติดตาม และเป็นเจ้าภาพอาหารแด่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่าน

เกี่ยวกับริมโปเช
พระอาจารย์กุนเทรอ นัมคา ทรินเล ริมโปเชเป็นทุลกุ (นิรมาณกาย/ลามะกลับชาติมาเกิด) ของท่านเกียลวัง กุนเทรอ ทรักปา องค์ที่หนึ่ง ผู้มีนามว่า กุนเทรอ เจซูน ญิงโป (เกิดในปี ค.ศ. 1700) ท่านเป็นธรรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ของทิเบต ได้ประกอบกรณียกิจด้วยการค้นพบ เตรมา ธรรมสมบัติแอบซ่อนจำนวนมาก และเป็นผู้ก่อตั้งวัดเมินเกียล แหล่งเรียนรู้และปฏิบัติธรรมในแคว้นคาม ทิเบตตะวันออก
นับแต่พระอาจารย์กุนเทรอ ทรักปา องค์ที่หนึ่งจนถึงองค์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นองค์ที่เจ็ด กงล้อแห่งพระธรรม ได้รับการหมุนไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดด้วยความกรุณาอย่างไม่มีประมาณของพระอาจารย์ต่อสรรพสัตว์
ปรีชาญาณที่ลึกซึ้งและกรณียกิจทางธรรมอันกว้างขวางของพระอาจารย์กุนเทรอ นัมคา ทรินเล วังเกียล เป็นประจักษ์พยานว่าท่านเป็นพระอาจารย์ฮุงเช็น โตรตู ลิงปะ (กุนเทรอ ทรักปา องค์ที่ 6 และบิดาของพระอาจารย์กุนเทรอ เมินเกียล ลาเซ ริมโปเช) กลับชาติมาเกิดในอีกบทบาทหนึ่ง
พระอาจารย์เป็นคุรุผู้ถือหลักปรัชญา รีเม (ไม่แบ่งแยกนิกาย) ท่านได้รับการถ่ายทอดคำสอนจากคุรุอาจารย์ทั้งในสายพุทธเพินและสายพุทธทิเบตนิกายอื่นๆ อาทิ สมเด็จพระสังฆราชแมนรี ทรีซิน ริมโปเช พระอาจารย์ดิลโก เคียนเซ ริมโปเช พระอาจารย์โดดรุบ ริมโปเช เป็นต้น

 

คอร์สภาวนา เงินโดร 1

DSC09034

 

 

 

 

 

 

DSC09072

DSC09163

DSC09104

คอร์สภาวนา เงินโดร 1

“การปฏิบัติที่เป็นเหมือนการสร้างเสาเข็มให้แก่ชีวิต”

เกี่ยวกับเงินโดร
เงินโดรเป็นพื้นฐานสาคัญของการปฏิบัติบนวิถีตันตระและซกเช็นในพุทธมหายานแบบทิเบต
เป็นการฝึกด้วยบทปฎิบัติดังนี้

 กราบอัษฎางคประดิษฐ์
 สวดยึดพระรัตนตรัย
 เจริญโพธิจิต
 สลายบาปกรรม
 ถวายมันดาลา
 สวดมนตราแห่งตรีกายของพระพุทธเจ้า
 สวดมนต์ประสานจิตเป็นหนึ่งเดียวกับพระอาจารย์ (คุรุโยคะ)

บทปฏิบัติข้างต้นนี้ ปกติทำเป็นจำนวนอย่างละหนึ่งแสนครั้งและทำต่อเนื่องตลอดชีวิต เพื่อให้ผู้ปฏิบัติธรรมได้สลายบาปกรรม สั่งสมบุญบารมี และได้รับพรจากสายการปฏิบัติอยู่ตลอดเวลา

มีคำกล่าวในพุทธทิเบตว่า

“หากปราศจากการสลายบาปกรรมและสั่งสมบุญบารมี ปัญญาจากสมาธิย่อมเกิดได้ยาก เมื่อไม่เกิดปัญญา ก็ไม่มีการหลุดพ้น”
อานิสงส์ของการทำเงินโดร ทำให้มีความก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรม มีจิตเมตตากรุณา ไม่ถูกกระทบโดยกิเลสและสิ่งยั่วยุ เข้าใจสภาวธรรมและเข้าถึงความสุขอย่างยั่งยืน เงินโดรทำให้เราเป็น “ภาชนะ” ที่เหมาะสมสำหรับการทำสมาธิและการฝึกปฏิบัติขั้นสูง เช่น การทำโพวาเพื่อตนเองและผู้อื่น การฝึกโยคะภายใน (การคุมเส้น ลมปราณ) การฝึกเจอด (ละอัตตา) การทำสมาธิอาทรี (สมถะ) และสมาธิเทกเชิดและเทอกัล (ฝึกจิตชั้นสูง) ในสายซกเช็น

การปฏิบัตินี้เหมาะสำหรับผู้ต้องการอุทิศตนเพื่อการปฏิบัติธรรม แม้ว่าจะยังคงทำงานอยู่ในสังคม ผู้ปรารถนาจะดารงชีวิตเพื่อทาประโยชน์ให้ผู้อื่นและฝึกฝนตนเองจนเข้าถึงการหลุดพ้น และผู้ต้องการเตรียมตัวตายด้วยการเตรียมจิตให้มีศรัทธามั่นในพระรัตนตรัย (ศรัทธาแบบไม่มีวันหวนกลับ) และการเตรียมจิตให้สามารถแปรเปลี่ยนสภาวะในบาร์โดให้เป็นสภาวะแห่งการหลุดพ้น

วัตถุประสงค์ของการอบรม

  1. เพื่อส่งเสริมให้ผู้สนใจได้ฝึกปฏิบัติอย่างเป็นระบบและเป็นลำดับชั้น ซึ่งจะสร้างความมั่นคงให้แก่การปฏิบัติธรรมและจะทาให้ได้ฝึกฝนในหัวข้ออื่นๆ ในระดับสูงต่อไป
  2. เพื่อถ่ายทอดความรู้ในวิถีพุทธวัชรยานโดยเฉพาะในสายการปฏิบัติซกเช็น
  3. เพื่อบำเพ็ญบุญกุศลถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา

อาจารย์นำภาวนาและควบคุมการปฏิบัติ 

อาจารย์กฤษดาวรรณ เมธาวิกุล และอาจารย์มิว เยินเต็น

จำนวนผู้เข้าปฏิบัติ
เนื่องจากห้องพักมีจานวนจากัดและเพื่อให้เกิดคุณภาพสูงสุดสาหรับการถ่ายทอดคาสอน
มูลนิธิเปิดรับเพียงรุ่นละ 10 คน

คุณสมบัติของผู้ปฏิบัติ
หากได้เคยผ่านกิจกรรมภาวนาของมูลนิธิพันดารามาก่อน จะทาให้เข้าใจและตามการปฏิบัติได้ง่าย อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีความสนใจจริงแม้ไม่เคยปฏิบัติกับมูลนิธิก็จะได้รับการพิจารณาเช่นกัน

วันเวลาและสถานที่
5 -13 มีนาคม 2559 ศูนย์ขทิรวัน

อาหาร-ที่พัก
บริการอาหารมังสวิรัติวันละ 3 มื้อ อาหารว่างและเครื่องดื่ม
ที่พักเป็นห้องภาวนาเดี่ยวในเรือนทศบารมี

บริจาคร่วมกิจกรรม
ท่านละ 3,500 บาท
เป็นค่าอาหาร 9 วัน ค่าสาธารณูปโภค ค่าแรงคนงาน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ

การเดินทาง

  • ใช้บริการรถตู้ที่มูลนิธิจะเช่าให้ ค่าบริการ 700 บาท (เดินทางไป-กลับ)
  • ขับรถไปเองตามแผนที่ที่แนบ
  • เดินทางมาทางรถตู้โดยสาร มาลงที่ตัวเมืองหัวหิน แล้วขึ้นรถสองแถวไปหนองพลับ-น้าตกป่าละอู แจ้งให้คนขับทราบว่าต้องการลงที่ศูนย์ทิเบตบริเวณหมู่บ้านมะค่าสี่ซอง เลย อบต. หนองพลับ ประมาณ 7 กิโลเมตร

 การลงทะเบียน
ส่งใบสมัครให้มูลนิธิที่ 1000tara@gmail.com
พร้อมหลักฐานการโอนเงินบริจาคร่วมกิจกรรม ภายในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559

เนื่องจากห้องพักมีจากัด หากมีการยกเลิกจะทำให้ตัดโอกาสผู้มีความสนใจปฏิบัติจริง
บัญชีออมทรัพย์ “มูลนิธิพันดารา”
ธนาคารไทยพาณิชย์ บัญชีเลขที่ 038-4-31667-8
ธนาคารกสิกรไทย บัญชีเลขที่ 391-2-66998-9

ขออนุโมทนากับทุกท่านที่มีความตั้งใจฝึกฝนตนเองและฝึกปฏิบัติในคอร์สภาวนานี้

กำหนดการ
แต่ละวัน เราจะมีประเด็นหัวข้อที่เน้น แต่รูปแบบภาวนาจะเป็น 4 ช่วงดังนี้
ช่วงที่ 1
04.00 ตื่นนอน
04.30 ถวายน้ำ ธูป ดวงประทีป (ผู้ปฏิบัติ 2 คน ผลัดกันรับผิดชอบ)
04.45 สมาธิตุกลุงเพื่อขจัดลมเสียในร่างกายและสมาธิเพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่จิตใจ
05.30 กราบอัษฎางคประดิษฐ์และสวดยึดพระรัตนตรัย 150-300 ครั้ง
07.00 พัก รับประทานอาหารว่างยามเช้า
07.30 ทำวัตรเช้า ถวายมันดาลา/ เดินภาวนา
08.30 พักรับประทานอาหารเช้า

ช่วงที่ 2
09.30 ศึกษาคู่มือปฏิบัติ ฟังคำสอน ฝึกการตั้งนิมิต
10.30 ทำสมาธิและสวดเจริญโพธิจิต
12.00 พักรับประทานอาหารกลางวัน

ช่วงที่ 3
14.00 ภาวนามนตราสลายบาปกรรมและมนตราตรีกาย
17.00 พักรับประทานอาหารเย็น

ช่วงที่ 4
18.00 อุทิศซูร์ให้ผู้ล่วงลับ
18.30 เสวนาธรรม สมาธิคุรุโยคะ
20.30 เข้านอน