Migmar

ขอเชิญร่วมทอดผ้าป่าสามัคคี (17 ธ.ค. 2560)

ผู้ใดได้เห็น ได้ยิน ระลึกถึง หรือสัมผัสพระสถูป เขาเหล่านั้นย่อมได้รับความปีติยินดีจาก
พระพุทธเจ้าทั้งหลาย พระองค์จะประทานพรแก่ผู้นั้นอย่างเต็มเปี่ยม

พุทธพจน์

อานิสงส์ของการสร้างพระสถูป

การสร้างพระสถูปซึ่งเป็นเครื่องรองรับพระหทัยของพระพุทธเจ้าเป็นกรรมดีที่เราได้ทำร่วมกัน (common good karma) ในยุคที่สังคมมีความแตกแยก มีความรุนแรง และเกิดภัยพิบัติในหลายที่ของโลก

พระสถูปกับสันติภาพของโลก

ในพระพุทธศาสนากล่าวว่า การสร้างพระสถูปเป็นการปกป้องโลกและเยียวยาจักรวาลที่เสียสมดุลไปให้กลับคืนมา เป็นพลังบวกที่จะรังสรรค์ให้เกิดสันติภาพในโลกและสันติสุขในหมู่มนุษย์และสัตว์โลกทั้งหลาย

การก่อสร้างพระศานติตารามหาสถูปจึงเป็นการงานทางธรรมอันบริสุทธิ์ที่เน้นประโยชน์ของส่วนรวมและสำหรับผู้ร่วมสร้างทุกคน การงานนี้ยังเป็นการบำเพ็ญบารมีหกของพระโพธิสัตว์

พระสถูปกับการบำเพ็ญบารมี

เนื่องจากในการก่อสร้าง เราได้ฝึกการละความตระหนี่ด้วยการบริจาคปัจจัยเพื่อนำมาซื้อวัสดุก่อสร้างและเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ (ทานบารมี)

ได้รักษาข้อศีลซึ่งปกป้องจากการประกอบอกุศลกรรมและยังได้เพิ่มพูนกุศลกรรม นอกจากนี้ในขณะก่อสร้าง หากผู้ใดได้เจริญโพธิจิตดังเช่นเหล่าพระชินเจ้าและพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย ผู้นั้นก็ยังได้สมาทานศีลของพระโพธิสัตว์อีกด้วย (ศีลบารมี)

อดทนอดกลั้นต่อความยากลำบากนานัปการของการดำเนินโครงการ (ขันติบารมี)

ทำงานด้วยความพากเพียรและปีติยินดี (วิริยะบารมี)

ก่อสร้างพระสถูปด้วยจิตแน่วแน่ ปณิธานมั่นคง โดยไม่หันเหออกจากหนทาง ดุจดังผู้ภาวนาด้วยจิตจดจ่ออยู่กับสมาธิ (สมาธิบารมี)

สุดท้าย ได้บ่มเพาะปัญญาแห่งการไร้อัตตาตัวตน ซึ่งจะนำไปสู่การตระหนักรู้สภาวธรรม เพราะการสร้างพระสถูปแม้จะเป็นการสร้างรูปปรากฏแห่งศรัทธาที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง แต่รูปปรากฏนั้นเป็นอุบายแห่งธรรมซึ่งนำเราไปสู่การเข้าถึงศูนยตา(สุญญตา) สภาวธรรมโดยสมบูรณ์

พระสถูปกับการเข้าถึงสภาวธรรม

วันใดที่เราเข้าถึงสภาวธรรมนี้ วันนั้น บารมีทั้งหกข้อที่เราบำเพ็ญขณะก่อสร้างพระสถูปก็จะกลายเป็น
“ปรัชญาปารมิตาบารมี” ซึ่งเป็นบุญกุศลที่นำเราไปสู่อีกฟากฝั่งหนึ่ง ไม่ว่าเราจะเรียกฟากฝั่งนั้นว่า พระโพธิญาณ หรือ พระนิพพาน

จุดกำเนิดของพระสถูปในเมืองไทย

(จากใจผู้ริเริ่มโครงการพระศานติตารามหาสถูป – รศ. ดร. กฤษดาวรรณ เมธาวิกุล)

10 ปีแล้วที่ครูไปกราบในทิเบตเป็นครั้งแรก และในการเดินทางครั้งนั้นครูมีพระสถูปในใจ ก่อนการไปกราบ ครูตัดสินใจที่จะสร้าง “พระศานติตารามหาสถูป” บนแผ่นดินบ้านเกิด ความปรารถนาที่จะสร้างพระสถูปซึ่งเป็นสิ่งแทนพระหทัยของพระพุทธเจ้า เป็นสัญลักษณ์แทนโพธิจิตและจิตเดิมแท้ ทำให้ครูอยากบำเพ็ญบุญกุศลครั้งใหญ่ด้วยการกราบอัษฎางคประดิษฐ์ไปบนถนนในทิเบต เพื่อจะได้เริ่มงานใหญ่อย่างบริสุทธิ์ที่สุด

เมื่อกลับมา ครูได้เชิญอ.เยินเต็นมาอยู่ที่เมืองไทย เพื่อมาร่วมสร้างพระสถูปด้วยกัน โดยเราได้ตั้งสัจจะ
ต่อหน้าพระอาจารย์ลาเซ ริมโปเช (พระปฐมอาจารย์ผู้สอนให้รู้จักความหมายที่แท้ของจิตและการทำงานเพื่อผู้อื่น) ที่จะอุทิศกาย วาจา ใจเพื่อพระสถูป

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโลเคยถามครูว่าทำไมจึงสร้างพระสถูป ครูตอบว่าเพื่อบำเพ็ญบารมีพระโพธิสัตว์ ท่านยิ้มให้ และหลังจากนั้นท่านก็เป็นกำลังใจให้แก่พวกเราเสมอมา แล้วครู อ.เยินเต็น ศิษย์จากคอร์สภาวนา กรรมการมูลนิธิ รวมทั้งจิตอาสาพันดาราก็ทำงานด้วยกันมากมาย ทั้งงานที่เกี่ยวกับการก่อสร้างพระสถูปโดยตรง การจัดเสวนา คอร์สภาวนา ไปจนถึงการช่วยเหลือเด็กยากไร้และผู้ประสบภัยพิบัติ พระสถูปจากใจครูได้ปรากฏในใจของพวกเขาและนำเราไปสู่ชีวิตของผู้คน และวันหนึ่งพระสถูปภายนอก (outer stupa) จะนำเราไปสู่การปรากฏของสถูปภายใน (inner stupa) ซึ่งจะตั้งมั่นอยู่กลางใจเรา

แปลงศรัทธาให้เป็นฐานพระสถูป

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 เสียงก่อสร้างพระสถูปก็ดังขึ้นที่ศูนย์ขทิรวัน จากเสาเข็ม 505 ต้นสู่ฐานตอม่อ 86 ฐานและคานคอดินขนาดใหญ่ซึ่งทำให้งานฐานรากแข็งแรงมั่นคงเพื่อรองรับหอสมาธิ วิหาร ห้องภาวนาและองค์พระจำนวนมากมายที่จะประดิษฐานที่พระสถูปแห่งนี้

ในปี 2559 การก่อสร้างได้ดำเนินไปอย่างรวดเร็วทำให้เราสามารถสร้างเสาใจกลางพระสถูป 9 ต้นและเทพื้นซีเมนต์ทั้งบริเวณ และในต้นปีนี้ เราก็ได้ก่อผนังด้านหน้าของอาคารชั้น 1 และขึ้นเสาค้ำชั้นลอยรวม 74 ต้น ซึ่งได้ก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนตุลาคมที่ผ่านมานี้เอง

ด้วยการทอดผ้าป่าสามัคคีอย่างสม่ำเสมอทุกปีตั้งแต่ปี 2555 เฟสงานต่างๆ ของพระสถูปจึงดำเนินไปได้ เพื่อให้พระสถูปได้ก่อสร้างสำเร็จอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งโดยเฉพาะต่อแผ่นดินไทย ครูจึงขอเชิญชวนกัลยาณมิตรทุกท่านร่วมทอดผ้าป่าในเฟสพื้นชั้นลอย ซึ่งจะรองรับพระวิหารและหอภาวนาสี่ทิศ

การทอดผ้าป่าจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคมนี้ ที่ศูนย์ขทิรวัน โดยครูกับอ.เยินเต็นได้กราบเรียนเชิญพระอาจารย์ซูเช็น ริมโปเช ธรรมาจารย์ซกเช็นที่สำคัญที่สุดท่านหนึ่งในทิเบตและพระปฐมอาจารย์ของครูทั้งสองจากวัดตกเต็น ทิเบตมาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์

วิธีการบริจาคร่วมบุญผ้าป่า
สามารถร่วมบุญได้กองละ 2,000 บาทหรือบริจาคตามจิตศรัทธา

ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบุญได้ทางบัญชีธนาคาร (ออมทรัพย์) มูลนิธิพันดารา ดังนี้

ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสยามสแควร์ เลขที่ 038-4-31667-8
ธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ เลขที่ 391-2-66998-9
ธนาคารกรุงเทพ สาขาย่อยเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ เลขที่ 924-0-05512-0
ธนาคารกรุงไทย สาขาสยามสแควร์ เลขที่ 052-0-02254-8

หลังโอนปัจจัยแล้ว กรุณาส่งสลิปให้มูลนิธิทราบที่ 1000tara@gmail.com หรือโทรสาร 02-511-4112

หากท่านประสงค์จะรับใบอนุโมทนาบัตร กรุณาแจ้งให้มูลนิธิทราบด้วย

กำหนดการทอดผ้าป่าสามัคคี

วันอาทิตย์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ณ ศูนย์ขทิรวัน หัวหิน

09.45 น.  คณะจิตอาสาพร้อมกันที่ศูนย์ขทิรวัน จ.ประจวบคีรีขันธ์
10.00 น.  ร่วมถวายซัง (ถวายธัญพืช กำยานหอม แด่พระธรรมบาล) ที่เขตก่อสร้างพระศานติตารามหาสถูป
10.59 น.  พิธีทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อสร้างพื้นชั้นลอยเพื่อรองรับพระวิหารและหอภาวนาสี่ทิศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพระศานติตารามหาสถูป ณ ศาลาเตวาวัฒนา
– ดร.กฤษดาวรรณ เมธาวิกุล ประธานมูลนิธิพันดารา และประธานโครงการก่อสร้างพระศานติตารามหาสถูป หอสมาธิเพื่อการปฏิบัติธรรม กล่าวรายงาน
– พระอาจารย์ซูเช็น เท็กชก เต็มเบ ญีมา ริมโปเช ประธานฝ่ายสงฆ์ แสดงธรรมและเป็นผู้แทนรับมอบการถวายกองผ้าป่า สวดมนต์อวยชัยและให้พร
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน
13.30-15.00 น. พิธีมนตราภิเษกพระคุรุริมโปเช และรับพรเพื่อสิริมงคลในปี พ.ศ. 2561
15:00 น. เสร็จสิ้นกิจกรรม

ขอผลบุญในการทอดผ้าป่าครั้งนี้อำนวยความสุขแด่ทุกท่าน
ขอมหาสันติซึ่งเป็นอานิสงส์ของพระสถูปปรากฏกลางใจเราและในโลกด้วยเทอญ

 

 

 

 

คอร์สภาวนาเงินโดร (9-15 ต.ค. 2560)

คอร์สภาวนาเงินโดร (คอร์ส 1)

การปฏิบัติที่เป็นเหมือนการสร้างเสาเข็มให้แก่ชีวิต

วันที่ 9 – 15 ตุลาคม 2560 (7 วัน 6 คืน)

ณ ศูนย์ขทิรวัน มูลนิธิพันดารา หัวหิน

เกี่ยวกับเงินโดร

เงินโดรเป็นพื้นฐานสำคัญของการปฏิบัติบนวิถีตันตระและซกเช็นในพุทธมหายานแบบทิเบต เป็นการฝึกด้วย

  • การกราบอัษฎางคประดิษฐ์
  • สวดยึดพระรัตนตรัย
  • เจริญโพธิจิต
  • สลายบาปกรรม
  • ถวายมันดาลา
  • สวดมนตราแห่งตรีกายของพระพุทธเจ้า
  • สวดมนต์ประสานจิตเป็นหนึ่งเดียวกับพระอาจารย์ (คุรุโยคะ)

ปกติทำเป็นจำนวนอย่างละหนึ่งแสนครั้งและทำต่อเนื่องตลอดชีวิต เพื่อให้ผู้ปฏิบัติธรรมได้สลายบาปกรรม สั่งสมบุญบารมี และได้รับพรจากสายการปฏิบัติอยู่ตลอดเวลา

มีคำกล่าวในพุทธทิเบตว่า “หากปราศจากการสลายบาปกรรมและสั่งสมบุญบารมี ปัญญาจากสมาธิย่อมเกิดได้ยาก เมื่อไม่เกิดปัญญา ก็ไม่มีการหลุดพ้น”

อานิสงส์ของการทำเงินโดร ทำให้มีความก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรม มีจิตเมตตากรุณา ไม่ถูกกระทบโดยกิเลสและสิ่งยั่วยุ เข้าใจสภาวธรรมและเข้าถึงความสุขอย่างยั่งยืน เงินโดรทำให้เราเป็น “ภาชนะ”      ที่เหมาะสมสำหรับการทำสมาธิและการฝึกปฏิบัติขั้นสูง เช่น การทำโพวาเพื่อตนเองและผู้อื่น การฝึกโยคะภายใน (การคุมเส้น ลมปราณ) การฝึกเจอด (ละอัตตา) การทำสมาธิอาทรี (สมถะ) และสมาธิชั้นสูงอื่นๆ ในสายซกเช็น

การปฏิบัตินี้ เหมาะสำหรับผู้ต้องการอุทิศตนเพื่อการปฏิบัติธรรมแม้ว่าจะยังคงทำงานอยู่ในสังคม    ผู้ปรารถนาจะดำรงชีวิตเพื่อทำประโยชน์ให้ผู้อื่นและฝึกฝนตนเองจนเข้าถึงการหลุดพ้น และผู้ต้องการเตรียมตัวตายด้วยการเตรียมจิตให้มีศรัทธามั่นในพระรัตนตรัย (ศรัทธาแบบไม่มีวันหวนกลับ) และการเตรียมจิตให้สามารถแปรเปลี่ยนสภาวะในบาร์โดให้เป็นสภาวะแห่งการหลุดพ้น

วัตถุประสงค์ของการอบรม

  1. เพื่อส่งเสริมให้ผู้สนใจได้ฝึกปฏิบัติอย่างเป็นระบบและเป็นลำดับชั้นซึ่งจะสร้างความมั่นคงให้แก่การปฏิบัติธรรมและจะทำให้ได้ฝึกฝนในหัวข้ออื่นๆ ในระดับสูงต่อไป
  2. เพื่อถ่ายทอดความรู้ในวิถีพุทธวัชรยานโดยเฉพาะในสายการปฏิบัติซกเช็น

อาจารย์นำภาวนาและควบคุมการปฏิบัติ
อาจารย์กฤษดาวรรณ เมธาวิกุล และอาจารย์มิว เยินเต็น

จำนวนผู้เข้าปฏิบัติ
เนื่องจากห้องพักมีจำนวนจำกัดและเพื่อให้เกิดคุณภาพสูงสุดสำหรับการถ่ายทอดคำสอน
มูลนิธิเปิดรับเพียงรุ่นละ 10 คน

คุณสมบัติของผู้ปฏิบัติ
เคยผ่านคอร์สพื้นฐาน (เตรียมตัวตาย ทงเลน หรือเซ็มทรี)

อาหาร-ที่พัก
บริการอาหารมังสวิรัติวันละ 3 มื้อ อาหารว่างและเครื่องดื่ม

ที่พักเป็นห้องภาวนาเดี่ยวในเรือนทศบารมี

 บริจาคร่วมกิจกรรม
บริจาคตามศรัทธา

การเดินทาง

  • ใช้บริการรถตู้ที่มูลนิธิจะเช่าให้ ค่าบริการ 700 บาท (เดินทางไป-กลับ)
  • ขับรถไปเองตามแผนที่ที่แนบ
  • เดินทางมาทางรถตู้โดยสาร มาลงที่ตัวเมืองหัวหิน แล้วขึ้นรถสองแถวไปหนองพลับ-น้ำตกป่าละอู
  • แจ้งให้คนขับทราบว่าต้องการลงที่ศูนย์ทิเบตบริเวณหมู่บ้านมะค่าสี่ซอง เลย อบต. หนองพลับ ประมาณ 7 กิโลเมตร

การลงทะเบียน

ส่งใบสมัครให้มูลนิธิที่ 1000tara@gmail.com

ขออนุโมทนากับทุกท่านที่มีความตั้งใจฝึกฝนตนเองและฝึกปฏิบัติในคอร์สภาวนานี้

กำหนดการ

แต่ละวัน เราจะมีประเด็นหัวข้อที่เน้น แต่รูปแบบภาวนาจะเป็น 4 ช่วงดังนี้

ช่วงที่ 1

04.00 ตื่นนอน
04.30 ถวายน้ำ ธูป ดวงประทีป (ผู้ปฏิบัติ 2 คน ผลัดกันรับผิดชอบ)
04.45 สมาธิตุกลุงเพื่อขจัดลมเสียในร่างกายและสมาธิเพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่จิตใจ
05.30 กราบอัษฎางคประดิษฐ์และสวดยึดพระรัตนตรัย 150-300 ครั้ง
07.00 พัก รับประทานอาหารว่างยามเช้า
07.30 ทำวัตรเช้า ถวายมันดาลา/เดินภาวนา
08.30 พักรับประทานอาหารเช้า

ช่วงที่ 2

09.30 ศึกษาคู่มือปฏิบัติ ฟังคำสอน ฝึกการตั้งนิมิต
10.30 ทำสมาธิและสวดเจริญโพธิจิต
12.00 พักรับประทานอาหารกลางวัน

ช่วงที่ 3
14.00 ภาวนามนตราสลายบาปกรรมและมนตราตรีกาย
17.00 พักรับประทานอาหารเย็น

ช่วงที่ 4
18.00 อุทิศซูร์ให้ผู้ล่วงลับ
18.30 เสวนาธรรม สมาธิคุรุโยคะ
20.30 เข้านอน

……………………………………………

 

 

ภาวนาทงเลน (ณ สวนพันดาว เชียงใหม่) 10-12 พ.ย. 2560

คอร์สภาวนา “ทงเลน เพื่อการละอัตตา” Tonglen Meditation

วันศุกร์ 10 พฤศจิกายน – วันอาทิตย์ 12 พฤศจิกายน 2560 (3 วัน 2 คืน)

ณ สวนพันดาว เชียงใหม่

จัดโดย มูลนิธิพันดาราและสวนพันดาว

“ทงเลนเป็นจุดเริ่มต้นให้โพธิจิตก่อกำเนิด
ซึ่งจะทำให้ผู้สนใจปฏิบัติพร้อมที่จะขัดเกลาตัวเองและเห็นคุณค่าของการทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น”

ความรัก ความเมตตาและกรุณา เป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่อยู่ในมนุษย์ทุกคน เพียงแต่ว่าจะถูกเปิดเผยออกมาในรูปแบบ เวลา และสถานที่ใด ก็สุดแล้วแต่เหตุปัจจัยของแต่ละบุคคล บ่อยครั้งความรักความเมตตารวมถึงความสนใจที่มีให้ตนเองมากจนเกินไป สามารถไปบดบังศักยภาพในการมองเห็น สนใจและรับรู้ถึงความสุขความทุกข์ของผู้คนที่อยู่รอบตัวทั้งคนที่เรารู้จักและไม่รู้จัก ทำให้เราเหมือนถูกตัดขาดจากการเชี่อมโยงถึงผู้คนอื่นๆ อย่างแท้จริง และนั่นก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้คนมากมายรู้สึกโดดเดี่ยว เปลี่ยวเหงา หดหู่ ซึมเศร้าเหมือนอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้โดยเฉพาะเวลาที่ต้องเผชิญกับความทุกข์ที่ถาโถมเข้ามา

ความสุขที่ยั่งยืนกว่าและความทุกข์ที่ลดน้อยลงสามารถเกิดขึ้นได้จากการปรับทัศนคติและมุมมองที่มีต่อตนเองและสิ่งรอบตัว และค้นหาโพธิจิตด้านในของตัวเรา เราสามารถแบกรับความยากลำบากและสิ่งท้าทายได้ เมื่อเราเข้าใจจิตวิญญาณแห่งการภาวนาที่เน้นเรื่องของความเมตตาและความกรุณาที่ดำรงอยู่ในตัวเราอยู่แล้ว แม้จะเป็นการภาวนาที่ดูเป็นอุดมคติอย่างสมาธิทงเลน ที่เราได้เปลี่ยนรูปแบบของการหายใจหลัก จากการหายใจเพื่อตนเอง เป็นหายใจเพื่อผู้อื่น จากความปรารถนาที่จะดับทุกข์ของตนเองเพียงอย่างเดียว เป็นดับทุกข์ของผู้อื่นด้วย เมื่อเราไม่เอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางและเปิดมุมมองใหม่โดยน้อมรับเอาคุณภาพชีวิตของคนอื่นๆ มาอยู่ในสมการของการมองโลกด้วย เราจะเริ่มเห็นเพื่อนมนุษย์มากมายและตระหนักในความเชื่อมโยงเหล่านั้น ชีวิตกลับเรียบง่ายมากขึ้น ความโดดเดี่ยวเศร้าหมองจะลดน้อยลง สมาธิกลับมีพลัง และเราสามารถค้นพบเคล็ดลับสำคัญที่จะช่วยให้ชีวิตมีความสุขอยู่ได้แม้ร่างกายจะทุกข์ ซึ่งนั่นก็คือ โพธิจิตของตัวเราเอง

ลองจินตนาการดูว่า โลกนี้จะเปลี่ยนไปอย่างไร ตัวเราจะเปลี่ยนไปอย่างไร เมื่อลมหายใจแรกในเช้าวันใหม่ของเราเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับการตั้งจิตที่จะรับรู้และแบ่งเบาความทุกข์ของผู้อื่น และลมหายใจสุดท้ายก่อนเราจะหลับไปก็เป็นการตั้งจิตแบบเดียวกัน ลมหายใจที่สามารถแปรเปลี่ยนพลังงานลบที่เข้ามากระทบจิตใจเราอยู่เสมอให้กลับกลายเป็นพลังงานบวกที่เราสามารถแผ่ออกไปให้กับผู้คนต่างๆ ได้  แม้นกระทั่ง “ในวาระสุดท้ายของชีวิต” ไม่ว่าสภาวะทางกายของเราจะเป็นเช่นไร สภาวะใจจะขออยู่กับลมหายใจที่อ่อนโยน เกื้อกูล และดำรงอยู่ในความผ่องแผ้วตั้งแต่แรกเริ่ม

“เป็นการภาวนาในวิถีแห่งพระโพธิสัตว์ สร้างความสามารถให้เรากล้าที่จะเข้าไปร่วมทุกข์ร่วมสุขกับผู้อื่นได้อย่างแท้จริง ทงเลนใช้ลมหายใจเป็นเครื่องมือรับความทุกข์ผู้อื่นผ่านลมหายใจเข้า แล้วแปรเปลี่ยนเป็นความรัก เมตตาและปรารถนาดีส่งกลับให้ผู้อื่น การฝึกฝนนี้ทำให้เราก้าวข้ามความกลัวความทุกข์ มั่นใจในศักยภาพของความกรุณาที่สามารถเยียวยาความทุกข์นั้นได้”

“ความกรุณาที่เกิดขึ้นมากลางใจแบบไม่มีเงื่อนไข ปราศจากความกลัว ไม่แบ่งแยก มันรู้สึกสงบ เมื่อเราเข้าใจความหมายจากการตระหนักรู้ไม่ใช่เข้าใจแบบที่อ่านหนังสือแล้วเข้าใจ เราจะมีความสุขที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติที่มีทั้งสุขและทุกข์ ใจเราจะบริสุทธิ์”

“จากที่เคยมุ่งภาวนาหรือทำสมาธิเพื่อให้ตัวเองสงบหรือมีสติ มีแต่ตัวเอง ทงเลนเปลี่ยนมุมมองนี้ไปเป็นการภาวนาเพื่อผู้อื่น การยอมน้อมรับสิ่งไม่ดีหรือความทุกข์ทั้งหลายจากคนอื่น คนอื่นนี่คือไม่ใช่เฉพาะคนที่เรารัก แต่รวมถึงศัตรูด้วย ใช้ตัวเราเปลี่ยนพลังลบเป็นพลังบวก แถมยังส่งความสุขและไมตรีกลับไปให้เขาได้ ทำให้เราเห็นศักยภาพของความกรุณา และจิตที่ไม่คิดถึงแต่ตัวเองนี้แหละกลับทำให้สงบสุขและเป็นสมาธิขึ้นมาเอง”

อาจารย์ผู้นำภาวนา

  • อาจารย์กฤษดาวรรณ เมธาวิกุล

ผู้เชี่ยวชาญด้านทิเบต อาจารย์สอนธรรมะและการภาวนาในวิถีพุทธวัชรยาน

  • อาจารย์มิว เยินเต็น
    ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรมทิเบต ผู้ได้รับการฝึกฝนจากแนวทางการสอนในวัดทิเบตมาถึง 27 ปี

 อาหาร
อาหารมังสวิรัติ 3 มื้อ พร้อมอาหารว่าง
(เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม กรุณานำขวดน้ำส่วนตัวเพื่อใส่น้ำดื่มที่ทางมูลนิธิจัดให้)

 ที่พัก
สวนพันดาว อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ลักษณะที่พัก มีตั้งแต่ห้องรวม 2 คนขึ้นไป

การแต่งกาย
โปรดแต่งกายสุภาพ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อสถานที่และการปฏิบัติ
(ไม่ใส่เสื้อสายเดี่ยว กางเกงขาสั้น เสื้อหรือกางเกงบางๆ และโปรดนำมาให้พอดีกับจำนวนวันที่พัก)

การเดินทาง
รถส่วนตัว ท่านสามารถเดินทางไปด้วยตนเองตามแผนที่ของสวนพันดาว
สอบถามเพิ่มเติมที่ คุณมนัสศิริ โทร. 089-701-2101 / คุณลลิดา โทร. 086-911-2462

บริจาคร่วมกิจกรรม
เพื่อให้ผู้สนใจจริงได้เข้าร่วมภาวนาและช่วยค่าใช้จ่ายในการให้บริการด้านอาหารและสถานที่
มูลนิธิจึงขอให้ผู้สนใจเข้าคอร์สบริจาคร่วมกิจกรรมท่านละ 2,000 บาท

โดย โอนเงินที่บัญชีออมทรัพย์ “มูลนิธิพันดารา”

  • ธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ เลขที่ 391-2-66998-9
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสยามสแควร์ เลขที่ 038-4-31667-8
  • ธนาคารกรุงเทพ สาขาย่อยเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ เลขที่ 924-0-05512-0
  • ธนาคารกรุงไทย สาขาสยามสแควร์ เลขที่ 052-0-02254-8

อนึ่ง มูลนิธิไม่สามารถคืนเงินบริจาคร่วมกิจกรรมหากท่านประสงค์ขอยกเลิกเข้าร่วมคอร์สได้ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการเตรียม อาหารและสถานที่

การลงทะเบียนร่วมกิจกรรม
ผู้สนใจกรุณาลงทะเบียนที่ 1000tara@gmail.com โทร. 083-300-8119
ติดตามข้อมูลทางเฟซบุ๊กที่ www.facebook.com/1000tara

กำหนดการ

วันศุกร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2560

15.00 – 17.00 น. เริ่มลงทะเบียน ณ สวนพันดาว เก็บสัมภาระ

17.30 น. พื้นฐานการภาวนาทงเลน

18.30 น. รับประทานอาหารเย็น

19.30 น. บทสวดทงเลน นำพาจิตกลับสู่สภาวะแห่งความกรุณาและผ่องแผ้วเดิมแท้

20.30 น. พักผ่อน

วันเสาร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2560

06.00 น. ทำสมาธิ กราบอัษฎางคประดิษฐ์ และทำวัตรเช้า

08.00 น. รับประทานอาหารเช้า

09.30 น. ทงเลนกับโพธิจิต

11.00 น. ภาวนา ซักถาม

12.15 น. รับประทานอาหารกลางวัน

14.00 น. ทงเลนกับการเยียวยาและทงเลนช่วยให้เราเผชิญวิกฤตในชีวิตได้อย่างไร

16.30 น. สมาธิภาวนา

18.00 น. รับประทานอาหารเย็น

19.30 น. ทำวัตรเย็น ถวายดวงประทีป อุทิศให้ผู้ล่วงลับ นิทานก่อนนอน

20.30 น. พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันอาทิตย์ที่ 12 พฤศจิกายน 2560

06.00 น. ทำสมาธิ กราบอัษฎางคประดิษฐ์ และทำวัตรเช้า

08.00 น. รับประทานอาหารเช้า

09.30 น. ทงเลนกับการละอัตตา

11.00 น. จะนำทงเลนไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร

12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน และเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

 

****************************

 

 

 

 

 

 

 

 

ร่วมทำบุญหล่อพระโพธิสัตว์ตาราขาวและพระมหามารดาเชรับ ชัมมา

พระโพธิสัตว์ตาราขาวและพระมหามารดาเชรับ ชัมมา ผู้ประทานพรให้มีอายุยืนยาว สุขภาพแข็งแรง และขจัดอุปสรรคที่นำไปสู่ความตายก่อนวัยอันสมควร

ด้วยการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญ เราจะได้ใช้กายเนื้ออันมีค่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่สัตว์โลกก็มักประสบเหตุแห่งความตายซึ่งไม่ได้มาจากการสิ้นอายุขัย ในประเพณีพุทธวัชรยาน จึงนิยมสร้างพระเพื่อให้เราหรือบุคคลที่เราตั้งจิตถึงมีกุศลที่จะได้รับพรอันประเสริฐนั้น

เมื่อหล่อเสร็จแล้ว จะอัญเชิญองค์พระมาประดิษฐานที่ศูนย์ขทิรวันเพื่อการสักการะบูชา หลังจากที่พระสถูปสร้างเสร็จ จะได้อัญเชิญไปประดิษฐานที่วิหารตาราและวิหารชัมมา (ชั้นลอย พระศานติตารามหาสถูป) ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง

องค์พระจะหล่อด้วยวัสดุทองเหลือง ปิดทองทั้งองค์ ขนาด 1.25 เมตร โดยช่างฝีมือเนวาร์ ประเทศเนปาล

จึงขอเชิญชวนทุกท่านที่มีจิตศรัทธาร่วมเป็นเจ้าภาพ โดยสามารถร่วมบุญได้ที่:
บัญชี มูลนิธิพันดารา
ธนาคารไทยพาณิชย์ สาชาสยามสแควร์ เลขที่บัญชี 038-4-31667-8

ธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ เลขที่บัญชี 391-2-66998-9

รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามโดยตรงทาง 1000tara@gmail.com

พระอารยาตารา ปางตาราขาว (White Tara)
พระอารยาตาราเป็นพระโพธิสัตว์แห่งความกรุณาผู้เป็นดังมารดาของสัตว์โลก พระตาราขาวหรือพระนามในภาษาทิเบตว่า “ยีชิน คอร์โล” พระผู้ประทานพรสมประสงค์ เป็นหนึ่งในพระตารา 21 พระองค์ที่มีการบูชาอย่างแพร่หลายด้วยคุณลักษณะพิเศษของพระองค์ ทรงมีพระวรกายสีขาวใสดุจพระจันทร์ในฤดูใบไม้ร่วงที่ส่องสว่าง มีเจ็ดเนตรแห่งปัญญา พระหัตถ์ขวาวางบนพระชานุในลักษณะประทานสรณะ พระหัตถ์ซ้ายถือดอกอุบลในลักษณะประทานพร โดยพรสำคัญคือ การประทานอายุยืนยาว ทรงปกป้องเราให้พ้นจากความตายก่อนวัยอันสมควร ประทานพรในการบำบัดรักษาและความสงบสุขแห่งจิตใจจากการทำสมาธิอันไร้การปรุงแต่ง
สภาวะที่แท้มิเปลี่ยนแปลง กายอันเป็นเช่นนั้น
พระผู้ประทานชีวิตอันประเสริฐจากภัยแห่งความตาย
พระผู้เชี่ยวชาญในอุบาย ทรงเห็นธรรม จึงประสานให้เกิดพุทธะด้วยความกรุณา
ข้าพเจ้าขอกราบประณตน้อมพระมหามารดาผู้ประทับอยู่ ณ เวลานี้

พระเชรับ ชัมมา
พระนามแปลว่า ปัญญา ความรัก ทรงกำเนิดจากพระมหามารดาปรัชญาปารมิตาและเป็นอีกสภาวะหนึ่งของพระอารยาตาราในวิถีพุทธเพิน ทรงเป็นบุคคลาธิษฐานของความกรุณาอันไม่มีประมาณต่อสัตว์โลก ทรงประทานการปกป้องจากความกลัว 8 ประการ ได้แก่ การทำร้ายของศัตรูและภัยพิบัติ ไสยศาสตร์และการสาปแช่ง การขาดบุตรธิดาและผู้ดูแล เหตุแห่งนาคที่ทำให้เกิดโรคผิวหนัง การวิวาทกับมิจฉาทิฐิ มลทินแห่งอารมณ์และความไม่บริสุทธิ์ทั้งหลาย พลังของราหูและดาวนพเคราะห์ และเหตุแห่งความตายก่อนวัยอันสมควร การปฏิบัติบูชาพระองค์เฉกเช่นการบูชาพระพุทธเจ้าทั้งหลายทำให้อัตตาตัวตนสลายไปและนำไปสู่การหลุดพ้น

Six Perfections and White Tara Practice/ คอร์สภาวนา บารมีหกของพระโพธิสัตว์และการทำสมาธิถึงพระโพธิสัตว์ตาราขาว (21-23 ต.ค 60)

The Six Perfections and White Tara Practice
21-23 October 2017
by Ven. Kunga Sangbo Rinpoche (Tashigang Monastery & Jyekundo Monastery, Tibet)
All is welcome to attend this retreat with meditation on White Tara and Dharma teaching on the six paramitas (Bodhisattva’s transcendent actions). The event will conclude with White Tara empowerment for long life. The teachings will be conducted in Tibetan with Thai and English translations. A donation of 2,000 baht is requested to cover food and other expenses. In addition, personal offerings to Rinpoche to support his Dharma activities are welcome. For registration, please contact us at 1000tara@gmail.com.

Program:
Saturday 21 October
07:00 Vans depart from Bangkok (Ladprao Soi 11)
10:30 Arrive Kundrol Ling
11:00 Teaching Session: Six Perfections
12:00 Lunch
14:00 Teaching Session: Six Perfections (continue)
16:30 Teaching Session: Introduction to White Tara practice
18:00 Dinner
19:30 Evening prayers and dharma talks
21:00 Rest

Sunday 22 October
06:30 Morning meditation, prostration, and prayer
08:00 Breakfast
09:30 Teaching Session: White Tara meditation
12:00 Lunch
14:00 Teaching Session:  Six Perfections in daily lives
16:30 Meditation Session
18:00 Dinner
19:00 Evening prayer, lamp offering, and dharma talks
​21:00 Rest

Monday 23 October
06:00 Morning meditation, prostration, walking meditation
08:30 Breakfast
10:00 ​White Tara empowerment for long life
12:30 Lunch
14:00 Vans depart

****************

คอร์สภาวนา “บารมีหกของพระโพธิสัตว์และการทำสมาธิถึงพระโพธิสัตว์ตาราขาว”
มูลนิธิพันดาราขอเชิญผู้สนใจปฏิบัติธรรมกับพระอาจารย์กุงกา ซังโป ริมโปเช ฟังธรรมบรรยายเรื่องบารมีหกของพระโพธิสัตว์ ฝึกฝนบารมีดังกล่าวพร้อมกับเรียนรู้วิธีปฏิบัติบูชาและทำสมาธิถึงพระโพธิสัตว์ตาราขาว (อีกปางหนึ่งของพระอารยาตาราซึ่งมีผู้บูชาเป็นจำนวนมาก) เนื่องจากพระตาราขาวตั้งปณิธานที่จะดำรงอยู่ในสังสารวัฏเพื่อเป็นสรณะให้แก่สัตว์โลก ปกป้องพวกเขาจากความเจ็บป่วยและเหตุแห่งความตายก่อนวัยอันสมควร การปฏิบัติบูชาพระองค์จึงมีความสำคัญ มูลนิธิจึงขอเชิญผู้สนใจร่วมคอร์สภาวนาซึ่งจะจบด้วยการประกอบพิธีมนตราภิเษกเพื่อให้มีอายุยืนยาว

สถานปฏิบัติ
ศูนย์ขทิรวัน ธรรมาศรมและแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมทิเบตหิมาลัยภายในการดูแลของมูลนิธิพันดารา
ที่พัก
เรือนทศบารมี (พักห้องละ 2 ท่าน ห้องน้ำรวม)  และเรือนพักอื่นๆ ในกรณีที่ห้องเต็ม ทางมูลนิธิจะขอจัดที่พักในเตนท์เดี่ยวให้ซึ่งจะมีเครื่องนอนครบครัน
อาหาร
มูลนิธิมีความยินดีบริการอาหารมังสวิรัติ 3 มื้อ พร้อมเครื่องดื่มและอาหารว่าง
บริจาคร่วมกิจกรรม
บริจาคร่วมกิจกรรม 2,000 บาทเป็นค่าอาหาร ค่าสาธารณูปโภคและค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวมทั้งค่าเดินทางของพระอาจารย์จากประเทศจีน ผู้เดินทางทางรถตู้ที่มูลนิธิจะเช่าให้ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มท่านละ 700 บาทสำหรับการเดินทางไปกลับกรุงเทพ-หัวหิน
หากท่านมีความประสงค์จะทำบุญกับพระอาจารย์ สามารถทำได้โดยตรงในวันรับมนตราภิเษก ผู้ที่ไม่ได้ร่วมกิจกรรมแต่มีความประสงค์จะร่วมเป็นเจ้าภาพถวายภัตตาหารแด่พระอาจารย์และจัดหาเครื่องบูชาได้แก่ ดอกไม้ ผลไม้ และขนมต่างๆ สามารถร่วมบุญตามกำลังศรัทธา
การโอนเงิน
โอนเงินที่บัญชีออมทรัพย์ “มูลนิธิพันดารา” ธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์
เลขที่ 391-2-66998-9
วันสุดท้ายของการลงทะเบียน
วันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม 2560 กรุณาโอนเงินบริจาคล่วงหน้าเพื่อเป็นการยืนยันการเข้าร่วมภาวนาและเพื่อช่วยให้มูลนิธิได้ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดเตรียมอาหารและอื่นๆ
สมัครหรือสอบถาม
สนใจสมัครได้ที่ 1000tara@gmail.com
กำหนดการ
วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม 2560
07.00 น. ผู้เดินทางทางรถตู้ ออกเดินทางจากบ้านมูลนิธิ ลาดพร้าว ซอย 11
10.30 น. ถึงศูนย์ขทิรวัน เก็บสัมภาะ
11.00 น. บารมีหกของพระโพธิสัตว์
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
14.00 น. บารมีหกของพระโพธิสัตว์ (ต่อ)
16.30 น. พระโพธิสัตว์ตาราขาว : ความสำคัญของการปฏิบัติ
18.00 น. รับประทานอาหารเย็น
19.30 น. ทำวัตรเย็น สนทนาธรรม
21.00 น. พักผ่อน
วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม 2560
06.30 น. ทำสมาธิ กราบอัษฎางคประดิษฐ์ ทำวัตรเช้า
08.00 น. รับประทานอาหารเช้า
9.30 น.  วิธีทำสมาธิพระโพธิสัตว์ตาราขาว
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
14.00 น. การนำบารมีของพระโพธิสัตว์ไปใช้ในชีวิตประจำวัน สนทนาธรรม
16.30 น. สมาธิภาวนา
18.00 น. รับประทานอาหารเย็น
19.00 น. ทำวัตรเย็น ถวายดวงประทีป อุทิศให้แก่ผู้ล่วงลับ สนทนาธรรม
21.00 น. พักผ่อน
วันจันทรที่ 23 ตุลาคม 2560
06.00 น. ทำสมาธิ กราบอัษฎางคประดิษฐ์ ทำวัตรเช้า/ เดินภาวนา
08.30 น. รับประทานอาหารเช้า
10.00 น. มนตราภิเษกพระโพธิสัตว์ตาราขาว (เปิดสำหรับผู้สนใจทั่วไป)
12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน
14.00 น. เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

วีดีโอ เตรียมตัวตายอย่างมีสติ ตอนที่1-5

บทอุทิศส่วนกุศล

 བསྔོ་བ། บทอุทิศส่วนกุศล

སྒོ་གསུམ་དག་པའི་དགེ་བ་གང་བགྱིས་པ།།
โกซุม   ตักเป   เกวา    กังจิบ   บา
ด้วยบุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้ทำทั้งกาย วาจา ใจ

ཁམས་གསུམ་སེམས་ཅན་རྣམས་ཀྱི་དོན་དུ་བསྔོ།།
คัมซุม   เซ็มแจน   นัมจิ   เทินตุ   โง
ข้าพเจ้าขออุทิศให้สัตว์ทั้งหลายในภูมิทั้งสาม

དུས་གསུམ་བསགས་པའི་ལས་སྒྲིབ་ཀུན་བྱང་ནས།།
ตูซุม   ซักเป   เลทริบ   กุนชัง   เน
ด้วยการสลายบาปกรรมและเครื่องเศร้าหมองที่ได้สั่งสมในกาลทั้งสาม

སྐུ་གསུམ་རྗོགས་པའི་སངས་རྒྱས་མྱུར་ཐོབ་ཤོག།
กุซุม   ซกเป   ซังเจ   ญูทบ   โช
ขอให้สัตว์ทั้งหลายได้เข้าถึงพระสัมมาสัมโพธิญาณโดยเร็วด้วยเทอญ

บทเจริญโพธิจิต

སེམས་བསྐྱེད། บทเจริญโพธิจิต    

ཅི་ལྟར་རྒྱལ་བ་འཕགས་པ་ཅི་བཞིན་དུ།།
จินตา   เกียลวา   พักปา   จิฉิน   ตุ
ดังพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ทั้งหลายทรงเจริญโพธิจิต 

འདི་སོགས་དུས་གསུམ་དགེ་བའི་མཐུ་དཔལ་གྱིས།།
ติซก   ตูซุม   เกเว   เทอปา   จิ
ด้วยผลบุญที่ข้าพเจ้าได้ทำในสามกาล

 སེམས་ཅན་སངས་རྒྱས་འཐོབ་པར་བྱ་བའི་ཕྱིར།།
เซ็มแจน   ซังเจ   ทบปา   ชาเว   ชี
ข้าพเจ้าขอเจริญโพธิจิต

བདག་ནི་བྱང་ཆུབ་མཆོག་ཏུ་སེམས་བསྐྱེད་དོ།།
ตักนิ   ชังฉุบ   ชกตุ   เซ็มเจด   โด
เพื่อสรรพสัตว์ทั้งหลายได้เข้าถึงพระสัมมาสัมโพธิญาณ

บทสวดยึดพระรัตนตรัยเป็นสรณะ

སྐྱབས་འགྲོ། ยึดพระรัตนตรัยเป็นสรณะ   

གཤེན་རབ་བླ་མ་སྐུ་གསུམ་འབྱུང་གནས་དཔལ།།
เชนรับ   ลามะ   กูซุม   จุงเน   ปัล
คุรุผู้ประเสริฐ ต้นกำเนิดตรีกายแห่งพระชินเจ้า

དུས་གསུམ་བདེ་གཤེགས་འགྲོ་བ་ཡོངས་ཀྱི་མགོན།།
ตูซุม   เตเชก   โตรวา   ยงจิ   เกิน
พระพุทธเจ้าทั้งสามกาล ผู้นำพาสัตว์โลกไปสู่การหลุดพ้น

སྐུ་གཟུགས་ཞལ་སྐྱིན་སྐུ་གདུང་གསུང་རབ་རྟེན།།
กูซุก   เฉจิน   กูตุง   ซุงรับ   เต็น
พระพุทธรูป คัมภีร์ สถูป สิ่งแทนกาย วาจา ใจของพระองค์

ཕྱོགས་བཅུའི་གཤེན་རབ་ཐར་ལམ་སྟོན་པའི་སྒྲོན།།
ชกจู   เชนรับ   ทาลัม   เติมเป   เตริน
พระโพธิสัตว์ทั้งสิบทิศ ดวงประทีปแห่งการตรัสรู้

གནས་བཞིར་ཕྱག་འཚལ་འགྲོ་ཀུན་སྐྱབས་སུ་མཆིའོ།།
เนฉี   ชักซา   โตรกูน   จับซุ   ชี
ข้าพเจ้าและเหล่าสรรพสัตว์ขอกราบประณตน้อมและยึดแก้วทั้งสี่เป็นสรณะ

บทขอพรจากคุรุเพื่อให้เข้าถึงจิตกระจ่าง

གསོལ་འདེབས།  บทขอพรจากคุรุเพื่อให้เข้าถึงจิตกระจ่าง

ཨེ་མ་ཧོ།
เอมาโฮ      

སྤྱི་གཙུག་བདེ་བ་ཆེན་པོའི་ཕོ་བྲང་དུ།།
ชีซุก   เตวา   เช็มโป   โพทรัง ตุ
ในพระราชวังแห่งมหาสุขเหนือกระหม่อม

དྲིན་ཆེན་རྩ་བའི་བླ་མ་ལ་གསོལ་བ་འདེབས།།
ทรินเช็น   ซาเว   ลามาลา   เซอวา เทบ
ศิษย์ขอสวดบูชาพระปฐมอาจารย์ผู้มีพระคุณ

སངས་རྒྱས་སེམས་སུ་སྟོན་པ་རིན་པོ་ཆེ།།
ซังเจ   เซ็มซุ   เติมปา   ริมโป เช
ท่านเป็นมณีรัตนะผู้ชี้ให้ศิษย์ได้ตระหนักถึงพระพุทธเจ้าในใจ

རང་ངོ་རང་གིས་ཤེས་པར་བྱིན་གྱིས་རློབས།།
รังโง   รังกี   เชปา   ชินจิ ลบ
ขอให้ท่านโปรดประทานพรให้ศิษย์ได้เข้าถึงสภาวะจิตเดิมแท้ด้วยเทอญ