กิจกรรม

ขอเชิญร่วมทอดผ้าป่าสามัคคี (17 ธ.ค. 2560)

ผู้ใดได้เห็น ได้ยิน ระลึกถึง หรือสัมผัสพระสถูป เขาเหล่านั้นย่อมได้รับความปีติยินดีจาก
พระพุทธเจ้าทั้งหลาย พระองค์จะประทานพรแก่ผู้นั้นอย่างเต็มเปี่ยม

พุทธพจน์

อานิสงส์ของการสร้างพระสถูป

การสร้างพระสถูปซึ่งเป็นเครื่องรองรับพระหทัยของพระพุทธเจ้าเป็นกรรมดีที่เราได้ทำร่วมกัน (common good karma) ในยุคที่สังคมมีความแตกแยก มีความรุนแรง และเกิดภัยพิบัติในหลายที่ของโลก

พระสถูปกับสันติภาพของโลก

ในพระพุทธศาสนากล่าวว่า การสร้างพระสถูปเป็นการปกป้องโลกและเยียวยาจักรวาลที่เสียสมดุลไปให้กลับคืนมา เป็นพลังบวกที่จะรังสรรค์ให้เกิดสันติภาพในโลกและสันติสุขในหมู่มนุษย์และสัตว์โลกทั้งหลาย

การก่อสร้างพระศานติตารามหาสถูปจึงเป็นการงานทางธรรมอันบริสุทธิ์ที่เน้นประโยชน์ของส่วนรวมและสำหรับผู้ร่วมสร้างทุกคน การงานนี้ยังเป็นการบำเพ็ญบารมีหกของพระโพธิสัตว์

พระสถูปกับการบำเพ็ญบารมี

เนื่องจากในการก่อสร้าง เราได้ฝึกการละความตระหนี่ด้วยการบริจาคปัจจัยเพื่อนำมาซื้อวัสดุก่อสร้างและเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ (ทานบารมี)

ได้รักษาข้อศีลซึ่งปกป้องจากการประกอบอกุศลกรรมและยังได้เพิ่มพูนกุศลกรรม นอกจากนี้ในขณะก่อสร้าง หากผู้ใดได้เจริญโพธิจิตดังเช่นเหล่าพระชินเจ้าและพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย ผู้นั้นก็ยังได้สมาทานศีลของพระโพธิสัตว์อีกด้วย (ศีลบารมี)

อดทนอดกลั้นต่อความยากลำบากนานัปการของการดำเนินโครงการ (ขันติบารมี)

ทำงานด้วยความพากเพียรและปีติยินดี (วิริยะบารมี)

ก่อสร้างพระสถูปด้วยจิตแน่วแน่ ปณิธานมั่นคง โดยไม่หันเหออกจากหนทาง ดุจดังผู้ภาวนาด้วยจิตจดจ่ออยู่กับสมาธิ (สมาธิบารมี)

สุดท้าย ได้บ่มเพาะปัญญาแห่งการไร้อัตตาตัวตน ซึ่งจะนำไปสู่การตระหนักรู้สภาวธรรม เพราะการสร้างพระสถูปแม้จะเป็นการสร้างรูปปรากฏแห่งศรัทธาที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง แต่รูปปรากฏนั้นเป็นอุบายแห่งธรรมซึ่งนำเราไปสู่การเข้าถึงศูนยตา(สุญญตา) สภาวธรรมโดยสมบูรณ์

พระสถูปกับการเข้าถึงสภาวธรรม

วันใดที่เราเข้าถึงสภาวธรรมนี้ วันนั้น บารมีทั้งหกข้อที่เราบำเพ็ญขณะก่อสร้างพระสถูปก็จะกลายเป็น
“ปรัชญาปารมิตาบารมี” ซึ่งเป็นบุญกุศลที่นำเราไปสู่อีกฟากฝั่งหนึ่ง ไม่ว่าเราจะเรียกฟากฝั่งนั้นว่า พระโพธิญาณ หรือ พระนิพพาน

จุดกำเนิดของพระสถูปในเมืองไทย

(จากใจผู้ริเริ่มโครงการพระศานติตารามหาสถูป – รศ. ดร. กฤษดาวรรณ เมธาวิกุล)

10 ปีแล้วที่ครูไปกราบในทิเบตเป็นครั้งแรก และในการเดินทางครั้งนั้นครูมีพระสถูปในใจ ก่อนการไปกราบ ครูตัดสินใจที่จะสร้าง “พระศานติตารามหาสถูป” บนแผ่นดินบ้านเกิด ความปรารถนาที่จะสร้างพระสถูปซึ่งเป็นสิ่งแทนพระหทัยของพระพุทธเจ้า เป็นสัญลักษณ์แทนโพธิจิตและจิตเดิมแท้ ทำให้ครูอยากบำเพ็ญบุญกุศลครั้งใหญ่ด้วยการกราบอัษฎางคประดิษฐ์ไปบนถนนในทิเบต เพื่อจะได้เริ่มงานใหญ่อย่างบริสุทธิ์ที่สุด

เมื่อกลับมา ครูได้เชิญอ.เยินเต็นมาอยู่ที่เมืองไทย เพื่อมาร่วมสร้างพระสถูปด้วยกัน โดยเราได้ตั้งสัจจะ
ต่อหน้าพระอาจารย์ลาเซ ริมโปเช (พระปฐมอาจารย์ผู้สอนให้รู้จักความหมายที่แท้ของจิตและการทำงานเพื่อผู้อื่น) ที่จะอุทิศกาย วาจา ใจเพื่อพระสถูป

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโลเคยถามครูว่าทำไมจึงสร้างพระสถูป ครูตอบว่าเพื่อบำเพ็ญบารมีพระโพธิสัตว์ ท่านยิ้มให้ และหลังจากนั้นท่านก็เป็นกำลังใจให้แก่พวกเราเสมอมา แล้วครู อ.เยินเต็น ศิษย์จากคอร์สภาวนา กรรมการมูลนิธิ รวมทั้งจิตอาสาพันดาราก็ทำงานด้วยกันมากมาย ทั้งงานที่เกี่ยวกับการก่อสร้างพระสถูปโดยตรง การจัดเสวนา คอร์สภาวนา ไปจนถึงการช่วยเหลือเด็กยากไร้และผู้ประสบภัยพิบัติ พระสถูปจากใจครูได้ปรากฏในใจของพวกเขาและนำเราไปสู่ชีวิตของผู้คน และวันหนึ่งพระสถูปภายนอก (outer stupa) จะนำเราไปสู่การปรากฏของสถูปภายใน (inner stupa) ซึ่งจะตั้งมั่นอยู่กลางใจเรา

แปลงศรัทธาให้เป็นฐานพระสถูป

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 เสียงก่อสร้างพระสถูปก็ดังขึ้นที่ศูนย์ขทิรวัน จากเสาเข็ม 505 ต้นสู่ฐานตอม่อ 86 ฐานและคานคอดินขนาดใหญ่ซึ่งทำให้งานฐานรากแข็งแรงมั่นคงเพื่อรองรับหอสมาธิ วิหาร ห้องภาวนาและองค์พระจำนวนมากมายที่จะประดิษฐานที่พระสถูปแห่งนี้

ในปี 2559 การก่อสร้างได้ดำเนินไปอย่างรวดเร็วทำให้เราสามารถสร้างเสาใจกลางพระสถูป 9 ต้นและเทพื้นซีเมนต์ทั้งบริเวณ และในต้นปีนี้ เราก็ได้ก่อผนังด้านหน้าของอาคารชั้น 1 และขึ้นเสาค้ำชั้นลอยรวม 74 ต้น ซึ่งได้ก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนตุลาคมที่ผ่านมานี้เอง

ด้วยการทอดผ้าป่าสามัคคีอย่างสม่ำเสมอทุกปีตั้งแต่ปี 2555 เฟสงานต่างๆ ของพระสถูปจึงดำเนินไปได้ เพื่อให้พระสถูปได้ก่อสร้างสำเร็จอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งโดยเฉพาะต่อแผ่นดินไทย ครูจึงขอเชิญชวนกัลยาณมิตรทุกท่านร่วมทอดผ้าป่าในเฟสพื้นชั้นลอย ซึ่งจะรองรับพระวิหารและหอภาวนาสี่ทิศ

การทอดผ้าป่าจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคมนี้ ที่ศูนย์ขทิรวัน โดยครูกับอ.เยินเต็นได้กราบเรียนเชิญพระอาจารย์ซูเช็น ริมโปเช ธรรมาจารย์ซกเช็นที่สำคัญที่สุดท่านหนึ่งในทิเบตและพระปฐมอาจารย์ของครูทั้งสองจากวัดตกเต็น ทิเบตมาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์

วิธีการบริจาคร่วมบุญผ้าป่า
สามารถร่วมบุญได้กองละ 2,000 บาทหรือบริจาคตามจิตศรัทธา

ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบุญได้ทางบัญชีธนาคาร (ออมทรัพย์) มูลนิธิพันดารา ดังนี้

ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสยามสแควร์ เลขที่ 038-4-31667-8
ธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ เลขที่ 391-2-66998-9
ธนาคารกรุงเทพ สาขาย่อยเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ เลขที่ 924-0-05512-0
ธนาคารกรุงไทย สาขาสยามสแควร์ เลขที่ 052-0-02254-8

หลังโอนปัจจัยแล้ว กรุณาส่งสลิปให้มูลนิธิทราบที่ 1000tara@gmail.com หรือโทรสาร 02-511-4112

หากท่านประสงค์จะรับใบอนุโมทนาบัตร กรุณาแจ้งให้มูลนิธิทราบด้วย

กำหนดการทอดผ้าป่าสามัคคี

วันอาทิตย์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ณ ศูนย์ขทิรวัน หัวหิน

09.45 น.  คณะจิตอาสาพร้อมกันที่ศูนย์ขทิรวัน จ.ประจวบคีรีขันธ์
10.00 น.  ร่วมถวายซัง (ถวายธัญพืช กำยานหอม แด่พระธรรมบาล) ที่เขตก่อสร้างพระศานติตารามหาสถูป
10.59 น.  พิธีทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อสร้างพื้นชั้นลอยเพื่อรองรับพระวิหารและหอภาวนาสี่ทิศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพระศานติตารามหาสถูป ณ ศาลาเตวาวัฒนา
– ดร.กฤษดาวรรณ เมธาวิกุล ประธานมูลนิธิพันดารา และประธานโครงการก่อสร้างพระศานติตารามหาสถูป หอสมาธิเพื่อการปฏิบัติธรรม กล่าวรายงาน
– พระอาจารย์ซูเช็น เท็กชก เต็มเบ ญีมา ริมโปเช ประธานฝ่ายสงฆ์ แสดงธรรมและเป็นผู้แทนรับมอบการถวายกองผ้าป่า สวดมนต์อวยชัยและให้พร
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน
13.30-15.00 น. พิธีมนตราภิเษกพระคุรุริมโปเช และรับพรเพื่อสิริมงคลในปี พ.ศ. 2561
15:00 น. เสร็จสิ้นกิจกรรม

ขอผลบุญในการทอดผ้าป่าครั้งนี้อำนวยความสุขแด่ทุกท่าน
ขอมหาสันติซึ่งเป็นอานิสงส์ของพระสถูปปรากฏกลางใจเราและในโลกด้วยเทอญ

 

 

 

 

Previous Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *