สาระธรรม

สภาวะแห่งหกภพภูมิและการหลุดพ้น

สภาวะแห่งนรกภูมิเกิดขึ้นเมื่อจิตมีโทสะ ทำให้คิดทำร้ายผู้อื่น สร้างความรุนแรงให้แก่ตนเองและส้งคม ไปจนถึงการประกอบอนันตริยกรรม จึงต้องทนทุกข์ในนรกที่เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน เจ็บปวดจากการถูกเฆี่ยนตีและสังหาร มีทุกขเวทนาจากการเกิดและตายอย่างไม่รู้จบ เราจึงสวดมนต์ถึงพระพุทธเจ้าผู้เปี่ยมด้วยมหาเมตตา ขอพรของพระองค์สลายโทสะและชำระบาปกรรมให้บริสุทธิ์ นรกภูมิจึงว่างเปล่าและสัตว์นรกหลุดพ้นในความไพศาล

สภาวะแห่งเปรตเกิดขึ้นเมื่อจิตมีโลภะ ทำให้ยึดติดกับสมบัติ บุคคล เกียรติยศ และสิ่งต่างๆ ไม่สามารถมอบอะไรให้แก่ใคร จึงต้องทนทุกข์จากความหิวและกระหาย เมื่อเห็นอาหารวางตรงหน้า อาหารกลับแปรเปลี่ยนเป็นสิ่งสกปรกโสมม เมื่อเห็นน้ำ ขณะจะดื่ม น้ำก็แปรเปลี่ยนเป็นทะเลเลือดที่น่าขยะแขยง เราจึงสวดมนต์ถึงพระพุทธเจ้าผู้เปี่ยมด้วยมหาทาน ขอพรของพระองค์สลายโลภะและชำระบาปกรรมให้บริสุทธิ์ เปรตภูมิจึงว่างเปล่าและเปรตเข้าถึงการหลุดพ้นในความไพศาล

สภาวะแห่งเดรัจฉานภูมิเกิดขึ้นเมื่อจิตมีโมหะ ทำให้หวาดกลัว ดำรงชีวิตไปวันๆ โดยไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร จึงต้องทนทุกข์จากการถูกนำไปใช้เป็นแรงงานเช่นทาส เฆี่ยนตี สังหารเพื่อเอาเนื้อไปเป็นอาหาร  เราจึงสวดมนต์ถึงพระพุทธเจ้าผู้เปี่ยมด้วยมหาปัญญา ขอพรของพระองค์สลายโมหะและชำระบาปกรรมให้บริสุทธิ์ เดรัจฉานภูมิจึงว่างเปล่าและสัตว์เดรัจฉานหลุดพ้นในความไพศาล

สภาวะแห่งมนุษย์ภูมิเกิดขึ้นเมื่อจิตมีความอิจฉาริษยา ไม่พอใจเมื่อผู้อื่นได้ดีกว่าตน จิตใจร้อนรุ่ม คอยหาโอกาสขัดขวาง กลั่นแกล้ง จึงต้องทนทุกข์กับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เราจึงสวดมนต์ถึงพระพุทธเจ้าผู้เปี่ยมด้วยพระหทัยที่เปิดกว้าง ขอพรของพระองค์สลายความอิจฉาริษยาและชำระบาปกรรมให้บริสุทธิ์ มนุษย์ภูมิจึงว่างเปล่าและมนุษย์หลุดพ้นในความไพศาล

สภาวะแห่งอสูรภูมิเกิดขึ้นเมื่อจิตเต็มไปด้วยความหยิ่งยโส เชื่อว่าตนเองดีกว่าผู้อื่น จิตไม่มีสันติสุขเพราะคิดจะทะเลาะวิวาทและต่อสู้  เราจึงสวดมนต์ถึงพระพุทธเจ้าผู้เปี่ยมด้วยมหาสันติ ขอพรของพระองค์สลายความอหังการแห่งตัวตน  และชำระบาปกรรมให้บริสุทธิ์ อสูรภูมิจึงว่างเปล่าและอสูรกายหลุดพ้นในความไพศาล

สภาวะแห่งเทวภูมิเกิดขึ้นเมื่อมีความเกียจคร้าน เพลิดเพลินในกามารมย์จนประมาทพลาดพลั้งว่าวันหนึ่งความสุขอันจอมปลอมนั้นจะหมดสิ้นไป เมื่อถึงวันที่เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จึงไม่สามารถรับมือได้ ใจร้อนรน เศร้าหมอง ความสุขที่เคยมีกลายเป็นเพียงความฝันที่ลวงตา เราจึงสวดมนต์ถึงพระพุทธเจ้าผู้เปี่ยมด้วยมหากรุณา ขอพรของพระองค์สลายรากเหง้าแห่งกิเลสและชำระบาปกรรมให้บริสุทธิ์ เทวภูมิจึงว่างเปล่าและเทวดาหลุดพ้นในความไพศาลแห่งปัญญาห้า

ด้วยพลานุภาพแห่งพระผู้เปี่ยมด้วยอัปมัญญาสี่* ขอสวดภาวนาถึงพระองค์ ผู้นำพาสัตว์โลกทั้งหกภพภูมิให้หลุดพ้นจากความทุกข์แห่งสังสารวัฏ ขอทรงชำระสภาวะแห่งบาร์โดให้บริสุทธิ์ ประทานพรให้เกิดการตระหนักรู้ว่าการปรากฏแห่งเสียง แสง รังสีทั้งสามในบาร์โดแท้จริงแล้วคือปรากฏการณ์แห่งตัวตน ขอให้ทุกชีวิตได้บรรลุกายธรรมอันไร้กำเนิดด้วยเทอญ

เรียบเรียงจาก “บทสวดเพื่อฝึกให้หลุดพ้นจากสภาวะหกภพภูมิ” (ริกทรุก รังจง กิ เซอเทบ)

རིགས་དྲུག་རང་སྦྱོང་གི་གསོལ་འདེབས།

กฤษดาวรรณ เมธาวิกุล

๑๒/๐๑/๖๐

*อัปปมัญญา ความไม่มีประมาณทั้งสี่ ได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา

เมตตา คือความปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข

กรุณา คือความปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์

มุทิตา คือความปีติยินดีเมื่อผู้อื่นมีความสุขและความปรารถนาให้ได้เข้าถึงความสุขอันเป็นบรมสุขซึ่งคือพระสัมมาสัมโพธิญาณ

อุเบกขา คือการวางใจเป็นกลางซึ่งหมายถึงการยกย่องทุกชีวิตว่าเท่าเทียมกัน ไม่เลือกปฏิบัติต่อผู้ใด (ด้วยต่างมีเมล็ดพันธุ์แห่งการตื่นรู้และอาจเคยเป็นมารดาของเรามาก่อน)

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *