สาระธรรม

ธรรมะวัชรยาน (2): วัชรยาน – ยานแห่งวัชระ

แม้ว่าเราอาจจะคุ้นเคยกับชื่อ “วัชรยาน” ซึ่งมาจากคำว่า “ดอร์เจ เทกปา” ยานแห่งวัชระ (ดอร์เจ หรือ วัชระ คือสัญลักษณ์แทนอุบายแห่งธรรมที่มีความกรุณาเป็นพลังขับเคลื่อน) แต่สิ่งที่เราควรจะตระหนักแก่ใจคือ วัชรยาน เป็นส่วนหนึ่งของมหายาน เน้นอุดมคติแห่งพระโพธิสัตว์โดยเฉพาะโพธิจิตหรือปณิธานที่จะบรรลุธรรมเพื่อประโยชน์ของสัตว์ทั้งหลาย 

เพียงแต่วัชรยานเป็นมหายานแบบเน้นผล นำผลของการปฏิบัติมาเป็นวิธีการและมรรควิถีในการปฏิบัติธรรมและเน้นให้การปฏิบัตินำไปสู่ผลอย่างรวดเร็ว โดยผลของการปฏิบัติก็คือการบรรลุพระโพธิญาณ เพื่อจะได้ช่วยเหลือสรรพสัตว์ที่มีจำนวนมากมายดุจความกว้างใหญ่ของท้องฟ้าอันไร้ขอบเขต 

ตัวอย่างของการนำผลมาเป็นหนทางแห่งการปฏิบัติ เช่น ในการตั้งจิตขณะทำสมาธิ (ซึ่งเป็นไปตามคู่มือปฏิบัติ) เราแปรเปลี่ยนตัวเราจากมนุษย์ปุถุชนที่เต็มไปด้วยกิเลส ให้เป็นพระแห่งปัญญา แม้ว่าเราจะยังไม่ได้รับผลแห่งการปฏิบัติ ณ เวลานี้ แต่ก็ขอนำผลแห่งการปฏิบัติมาเป็นหนทาง เพื่อวันหนึ่งเราจะเข้าถึงผลอันแท้จริง และแม้ว่าสถานที่ที่เราดำรงอยู่จะเป็นสถานที่ไม่รื่นรมย์ เราก็แปรเปลี่ยนสถานที่เหล่านั้นให้เป็นดังพุทธเกษตรที่มีแต่ความบริสุทธิ์ผ่องแผ้วและงดงาม

หากเป็นไปได้ การบรรลุธรรมนั้นขอให้เกิดขึ้นภายในภพชาติปัจจุบันด้วยในชาตินี้เราได้รับอิสรภาพและคุณสมบัติที่เอื้อต่อการปฏิบัติธรรมและการบรรลุธรรม (อาทิ ได้กายมนุษย์อันประเสริฐ ได้เกิดในดินแดนพุทธศาสนา ได้ยินและได้ฟังพระธรรม มีคุรุอาจารย์ที่เปี่ยมไปด้วยความกรุณา ท่านเหล่านั้นจึงสอนพระธรรม ฯลฯ) จึงสมควรจะใช้กายนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดเนื่องจากไม่มีหลักประกันว่าในภพชาติต่อไปจะได้กายมนุษย์อันประเสริฐเช่นนี้อีกหรือไม่ 

นอกจากนี้ หากการบรรลุธรรมใช้เวลายาวนาน ก็หมายความว่าโอกาสที่จะช่วยเหลือสรรพสัตว์ล่าช้า จึงมีวิธีการปฏิบัติมากมายดังคำกล่าวว่ามีถึง ๘๔,๐๐๐ วิธีการซึ่งเหมาะสมและสอดคล้องกับจริตและศักยภาพของแต่ละบุคคลซึ่งแบ่งออกเป็น ๓ กลุ่มใหญ่ๆ คือ กลุ่มที่มีศักยภาพดีเลิศ กลุ่มที่มีศักยภาพดีปานกลาง และกลุ่มที่มีศักยภาพดีพอใช้ ทุกกลุ่มสามารถได้รับการเกื้อหนุนให้เข้าถึงการบรรลุธรรมได้ด้วยกันทั้งสิ้น

ข้อความข้างต้นดังกล่าวสามารถเปรียบเทียบกับการเรียนแพทย์ หากผู้เรียนใช้เวลาในการเรียนและฝึกฝนเป็นเวลานาน เรียนไปตลอดชีวิตเพื่อตั้งใจไปทำประโยชน์ในอนาคตอันไกล เรียนอย่างไม่มีความตั้งใจ ปราศจากฉันทะ วิริยะ และความเข้าใจ เรียนโดยไม่ปรารถนาจะบำบัดรักษาและเยียวยาผู้ป่วย ก็ไม่สามารถเป็นแพทย์ที่จะทำประโยชน์ให้แก่คนไข้ได้ คนไข้จำนวนมากที่ทุกข์ทรมานจึงไม่มีผู้บำบัดรักษา

อย่างไรก็ตาม คำว่า บรรลุธรรม หรือบรรลุพระโพธิญาณ ซึ่งตรงกับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า buddhahood ไม่เหมือนการตรัสรู้ธรรมของพระพุทธเจ้าศรีศากยมุนีที่ใต้ต้นมหาโพธิ์ ตรงที่พระศรีศากยมุนี (รวมทั้งพระพุทธเจ้าพระองค์อื่นที่เสด็จมาโปรดสัตว์ในลักษณะนิรมาณกาย) ทรงเป็นพระบรมศาสดา ทรงเข้าถึงธรรม แล้วสอนธรรม จนธรรมนั้นหยั่งรากลึกและเป็นหนทางสู่การบรรลุธรรมของผู้อื่น จึงทรงเป็น “เติมปา” พระผู้เสด็จมาชี้นำหนทาง ในขณะที่ผู้ปฏิบัติตามแนวทางที่พระองค์วางไว้ได้เข้าถึงการตระหนักรู้จนบรรลุธรรม ได้กลายเป็นผู้ตื่นจากความหลับใหลแห่งอวิชชา บุคคลเหล่านั้นได้เป็น “ซังเจ” awakened ด้วยคำสอน พรของพระบรมศาสดา และบุญกุศลแห่งบารมีและปัญญาที่ตนเองบำเพ็ญจนบาปกรรมและเครื่องเศร้าหมองในระดับลึกสุดได้รับการขจัดให้หมดสิ้นไป เมื่อเข้าถึงพระโพธิญาณแล้ว ก็มิต้องตกอยู่ภายใต้บ่วงของกิเลสและมีศักยภาพเต็มเปี่ยมที่จะช่วยสรรพสัตว์ และหากถึงเวลาที่เหมาะสม ด้วยอุดมคติแห่งพระโพธิสัตว์ที่ได้เคยอธิษฐานและภาวนาก็ยังสามารถเสด็จมาบำเพ็ญประโยชน์ในสังสารวัฏให้แก่สัตว์โลกด้วยรูปแบบต่างๆ กัน

เนื่องจากวัชรยานประกอบด้วยสัญลักษณ์ธรรมซึ่งรวมสัญลักษณ์ในพิธีกรรมและวิธีการปฏิบัติที่อาศัยการถ่ายทอดโดยวิธีพิเศษ เช่น เลือกศิษย์ที่จะได้รับการถ่ายทอด และถ่ายทอดให้เฉพาะเมื่อศิษย์มีความพร้อมจากการได้รับประสบการณ์การภาวนาที่จำเป็นจะต้องได้รับมาก่อนตามลำดับขั้น การปฏิบัติบางอย่างจึงไม่สามารถเผยแพร่ให้บุคคลทั่วไปได้รับรู้ ทั้งนี้ การถ่ายทอดคำสอนให้นั้นปกติแล้วทำผ่านคุรุที่สืบสายการปฏิบัติมา เป็นคุรุที่เป็นบุคคลในประวัติศาสตร์และได้เคยผ่านการฝึกฝนมาเป็นลำดับขั้นเช่นกัน

ในโลกสมัยใหม่ที่เราดำรงอยู่ซึ่งเป็นยุคสมัยที่ข้อมูลทุกอย่างถูกนำมาตีแผ่และค้นหาได้อย่างง่ายดาย คำสอนวัชรยานที่เคยถูกปกปิดด้วยความเป็นรหัสยนัย (esoteric meaning) ก็ถูกนำมาตีแผ่เช่นกัน แล้วคำสอนเหล่านั้นก็ถูกรับรู้ด้วยความไม่เข้าใจ เข้าใจผิด หรือถูกมองว่าไม่มีแก่นสาระ จนทำให้เกิดอกุศลจิต การวิพากย์วิจารณ์จากความไม่รู้ “นักปราชญ์” บางคนมองวัชรยานว่าไม่มีความเป็นพุทธเพราะยึดติดกับความหมายของคำว่า “พุทธ” ในมุมมองที่แคบ หรือที่ตนเองนิยามจากความคุ้นเคยแห่งวิถีปฏิบัติของตน รวมทั้งไม่เข้าใจความหมายแห่งมหายานที่วัชรยานแสดง

หากสัตว์โลกมีจำนวนมากมายดุจความกว้างใหญ่ของท้องฟ้า ดุจเม็ดทรายของชายฝั่งน้ำทั้งหมดในสากลจักรวาลรวมกัน ทำไมพระพุทธเจ้าจึงจะไม่เสด็จมาโปรดสัตว์ และทำไมจึงจะมีเพียงพระพุทธเจ้าพระองค์เดียวที่จะเสด็จมาโปรดสัตว์ หากพระหทัยเปี่ยมด้วยความกรุณาอย่างไม่มีประมาณดุจดังมารดาที่มีต่อบุตรเพียงคนเดียว พระองค์เหล่านั้นจะทอดทิ้งสรรพสัตว์ได้อย่างไร นี่คือหัวใจแห่งความเป็นมหายานในวัชรยาน ด้วยเหตุนี้ ก่อนที่เราจะสวดมนต์ ทำสมาธิ หรือประกอบการงานใด เราจึงรำลึกถึงความหมายแห่งโพธิจิต สวดเตือนใจให้จิตของเราปราศจากการยึดติดประโยชน์ส่วนตน แต่ขอให้ทำโดยบริสุทธิ์ใจเพื่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย

กฤษดาวรรณ เมธาวิกุล

๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๙

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *